กัดฟันกับขบกรามต่างกันอย่างไร?

ภาวะกัดฟันหรือขบกรามเรียกว่า Bruxism สามารถเกิดได้ทั้งขณะตื่นและขณะหลับ

  • ขณะตื่น: มักเป็นการขบฟันหรือเกร็งกรามโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลามีความเครียด ใช้สมาธิ ขับรถ หรือทำงานหน้าจอ
  • ขณะหลับ: อาจมีทั้งการขบกรามและบดฟัน ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวจนคนใกล้ชิดได้ยินเสียง หรือทันตแพทย์ตรวจพบร่องรอยฟันสึก

ความเครียดและความวิตกกังวลอาจเกี่ยวข้องกับอาการ แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว ปัจจัยอื่นอาจรวมถึงคาเฟอีน แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ยาบางชนิด พันธุกรรม และปัญหาการนอน เช่น การนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สถาบันวิจัยทันตกรรมและกะโหลกศีรษะแห่งชาติสหรัฐฯ

สัญญาณที่อาจบอกว่าคุณกำลังกัดฟัน

  • ปวดหรือตึงกรามหลังตื่นนอน
  • ปวดขมับหรือปวดศีรษะตอนเช้า
  • ปวดใบหน้า คอ หรือไหล่
  • เสียวฟันโดยหาสาเหตุไม่ได้
  • ฟันสึก แบน บิ่น ร้าว หรือวัสดุอุดฟันแตก
  • มีรอยกัดบริเวณกระพุ้งแก้มหรือลิ้น
  • ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงคลิกหรือรู้สึกติดขัด
  • คนใกล้ชิดได้ยินเสียงบดฟันขณะนอนหลับ
  • นอนหลับไม่สนิทและตื่นมาไม่สดชื่น

อาการปวดกรามไม่ได้เกิดจากการกัดฟันเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับฟันผุ ฟันคุด เหงือกอักเสบ การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเองหากอาการเป็นต่อเนื่อง

5 วิธีลดพฤติกรรมกัดฟันและเกร็งใบหน้า

1. ฝึกสังเกตตำแหน่งกรามระหว่างวัน

หลายคนขบฟันโดยไม่รู้ตัวขณะจดจ่อกับงาน ลองตั้งข้อความเตือนบนโทรศัพท์หรือหน้าจอทุก 1–2 ชั่วโมงว่า “คลายกราม”

เมื่อสังเกตว่ากำลังเกร็ง ให้ผ่อนคลายไหล่และใบหน้า ริมฝีปากสามารถแตะกันเบา ๆ แต่ไม่ควรกัดฟันบนและล่างค้างไว้ ลิ้นควรพักในตำแหน่งที่สบาย ไม่ดันหรือเกร็งแรง หากไม่แน่ใจเรื่องตำแหน่งกรามที่เหมาะสม ควรให้ทันตแพทย์แนะนำตามโครงสร้างช่องปากของแต่ละคน

2. ลดความเครียดก่อนเข้านอน

ความเครียดอาจทำให้กล้ามเนื้อกรามเกร็งทั้งกลางวันและกลางคืน ก่อนนอนประมาณ 30–60 นาที ลองลดกิจกรรมที่กระตุ้นอารมณ์ และเลือกวิธีผ่อนคลายที่ทำได้ต่อเนื่อง เช่น

  • ฝึกหายใจช้า ๆ
  • ฟังเพลงเบา ๆ
  • อาบน้ำอุ่น
  • ยืดคอและไหล่อย่างนุ่มนวล
  • จดรายการสิ่งที่ต้องทำในวันถัดไป
  • ปิดการแจ้งเตือนจากงาน

หากความเครียดหรือความวิตกกังวลรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักวิชาชีพด้านสุขภาพจิต ไม่ควรใช้ยาคลายเครียดหรือยาคลายกล้ามเนื้อด้วยตนเอง

3. ปรับเวลานอนให้สม่ำเสมอ

พยายามเข้านอนและตื่นในเวลาใกล้เคียงกัน จัดห้องนอนให้มืด เงียบ และมีอุณหภูมิที่สบาย การนอนที่มีคุณภาพอาจช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นการกัดฟันในบางคน

หากมีอาการนอนกรนเสียงดัง สะดุ้งเหมือนหายใจไม่ออก มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ปวดศีรษะตอนเช้า หรือง่วงมากผิดปกติระหว่างวัน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะการกัดฟันขณะหลับอาจพบร่วมกับปัญหาการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

4. ลดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และบุหรี่ช่วงเย็น

คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่อาจสัมพันธ์กับการกัดฟันในบางคน ควรสังเกตว่าหลังดื่มกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแอลกอฮอล์ช่วงเย็น อาการปวดกรามในวันรุ่งขึ้นเพิ่มขึ้นหรือไม่

ลองลดปริมาณหรือเลื่อนเวลาบริโภคให้เร็วขึ้น พร้อมจดบันทึกอาการประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อดูรูปแบบของตนเอง หากรับประทานยาประจำและเริ่มมีอาการกัดฟันหลังเปลี่ยนยาหรือปรับขนาดยา ควรแจ้งแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง

5. พักกล้ามเนื้อกรามและพบทันตแพทย์

ในช่วงที่ปวดกราม ควรหลีกเลี่ยงหมากฝรั่ง อาหารเหนียว อาหารแข็ง การกัดเล็บ หรือการอ้าปากกว้างเกินไป เลือกอาหารที่เคี้ยวง่ายเป็นการชั่วคราว และหลีกเลี่ยงการนวดหรือดัดขากรรไกรแรง ๆ

หากกัดฟันบ่อย ทันตแพทย์อาจพิจารณาอุปกรณ์เฝือกสบฟันหรืออุปกรณ์ป้องกันฟันสำหรับใส่ตอนกลางคืน อุปกรณ์เหล่านี้มีหน้าที่หลักในการแยกฟันบนและล่างและลดความเสียหายต่อฟัน แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะหยุดพฤติกรรมกัดฟันได้ทุกคน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจและเลือกอุปกรณ์ที่พอดี ไม่ควรซื้อมาใช้ต่อเนื่องโดยไม่ประเมินการสบฟัน Mayo Clinic

อาการแบบไหนควรพบทันตแพทย์?

ควรนัดพบทันตแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดกราม ใบหน้า หรือหูบ่อยครั้ง
  • ฟันเสียว ฟันบิ่น ฟันร้าว หรือฟันสึก
  • วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน หรือฟันปลอมเสียหาย
  • อ้าปากได้ไม่เต็มที่หรือขากรรไกรติด
  • มีเสียงบดฟันขณะหลับเป็นประจำ
  • ปวดศีรษะตอนเช้าบ่อย
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังปรับพฤติกรรม

หากใบหน้าหรือกรามบวมมาก มีไข้ ปวดฟันรุนแรง กลืนหรือหายใจลำบาก ได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า หรือขากรรไกรค้างจนปิดหรืออ้าปากไม่ได้ ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์โดยเร็ว

สรุป: อาการปวดกรามตอนเช้าอาจเป็นสัญญาณของการขบกรามหรือกัดฟันโดยไม่รู้ตัว การฝึกคลายกราม ลดความเครียด ดูแลการนอน ลดสิ่งกระตุ้น และพักกล้ามเนื้อกรามอาจช่วยลดอาการได้ แต่หากมีฟันเสียหาย ปวดเรื้อรัง หรือขากรรไกรติด ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุอย่างเหมาะสม