นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุถึงการเดินทางลงพื้นที่ว่า หากตนเดินทางลงไปอาจสร้างความลำบากแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่ได้มอบหมายแนวทางการปฏิบัติการและความพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานอย่างใกล้ชิดแล้ว

ส่วนกระแสข่าวกรณีข้อกล่าวหาว่ามีการใช้อาวุธยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ได้สอบถามไปยัง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่าย ได้กำชับให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการตรวจสอบให้ชัดเจน เนื่องจากเรื่องนี้ไม่สามารถโกหกได้ ผู้ได้รับบาดเจ็บยังมีชีวิตอยู่ และสามารถตรวจพิสูจน์วิถีกระสุน ชนิดอาวุธปืน ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์ได้ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องปิดบังความจริงต่อประชาชน โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อเรียกร้องความเป็นธรรม

Advertise

สำหรับประเด็นการเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงถึง 2 ครั้ง นายอนุทินชี้แจงว่า รายละเอียดและวิธีการถือเป็นความลับทางราชการ แต่เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างสันติสุข ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยสูงสุดในชีวิตของพี่น้องประชาชน พร้อมยืนยันว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องอยู่ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด ไม่มีการใช้อาวุธสงครามปราบปรามเกินกว่าเหตุ และการตอบโต้ในแต่ละจุดเป็นไปตามสถานการณ์เพื่อระงับเหตุร้ายและป้องกันตนเอง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า งานด้านการข่าวในพื้นที่ยังต้องปรับปรุงอีกมาก หลังเกิดเหตุกว่า 100 จุดพร้อมกันภายในช่วงเวลา 3 วัน ซึ่งได้แสดงความกังวลและกำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ยากที่จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจหากไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี จากนี้ไปจะมีการใช้ดุลยพินิจเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของบุคลากรและวิธีการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อไป