นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยช่วงต้นฤดูฝน ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำให้ลดภาระด้านเอกสาร โดยให้หน่วยงานรัฐประสานและตรวจสอบข้อมูลกันเองเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดินทางซ้ำซ้อน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 558,739,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ครอบคลุมผู้ประสบภัย 60,971 ครัวเรือน ในพื้นที่ 41 จังหวัด
สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา มีรายละเอียดดังนี้:
-
เงินช่วยเหลือครัวเรือน: กรณีบ้านพักอาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงกรณีระบายน้ำไม่ทันไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย หรือกรณีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท
-
กรณีเสียชีวิต: ผู้เสียชีวิตโดยตรงจากอุทกภัยและดินโคลนถล่ม เช่น การจมน้ำหรือถูกกระแสน้ำพัด จะได้รับเงินช่วยเหลือ รายละ 2,000,000 บาท (เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตเข้าเกณฑ์ 5 ราย ในพื้นที่ จ.น่าน)
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังได้มอบหมายให้ ปภ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งนำระบบประกันภัยเข้ามาปรับใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ โดยจะสรุปแนวทางและรูปแบบเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. สัญจร ณ จังหวัดสงขลา ในสัปดาห์หน้าต่อไป





