“แอ๊ด คาราบาว” ส่งพลังใจถึงทัพนักกีฬาไทย แต่งเพลง “ส่งใจไทยถึงนาโกย่า” ปลุกพลังเชียร์ก่อนลุยศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ญี่ปุ่น ขณะที่โอลิมปิคไทยประเมินเป้าหมาย 14–15 เหรียญทอง พร้อมสะท้อนปัญหาเงินเก็บตัวและเบี้ยเลี้ยงที่ยังล่าช้า ทั้งที่เหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 1 เดือนก่อนการแข่งขัน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงความพร้อมของนักกีฬาทีมชาติไทย ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 จัดการแข่งขัน 43 ชนิดกีฬา รวม 469 อีเวนต์ โดยประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน 42 ชนิดกีฬา จาก 46 สมาคมกีฬา รวม 694 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 356 คน และนักกีฬาหญิง 338 คน

รูปภาพบทความ

เมื่อรวมเจ้าหน้าที่ประจำทีม ทีมแพทย์ กองอำนวยการ ตลอดจนผู้ตัดสินรับเชิญและผู้ตัดสินประจำทีม คณะนักกีฬาไทยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 986 คน

สำหรับการแข่งขันจะกระจายไปยังหลายพื้นที่ ได้แก่ ไอจิ โตเกียว ชิซูโอกะ กิฟู และโอซากา ขณะที่รูปแบบที่พักของนักกีฬามีทั้งที่พักแบบคอนเทนเนอร์ เรือสำราญ และโรงแรมใกล้สนามแข่งขัน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่แข่งขันของแต่ละชนิดกีฬา

ทีมฟุตบอลหญิงไทยจะเป็นหนึ่งในทีมที่เริ่มภารกิจก่อนพิธีเปิด โดยมีกำหนดพบเจ้าภาพญี่ปุ่น วันที่ 14 กันยายน เวลา 19.30 น. ที่ Shizuoka Stadium Ecopa ส่วนฟุตบอลชายจะเริ่มแข่งขันวันที่ 16 กันยายน เวลา 16.00 น. พบคีร์กิซสถาน ที่ Toyota Stadium

วันที่ 18 กันยายน จะมีพิธีเชิญธงชาติไทยในหมู่บ้านนักกีฬา ก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน เวลา 18.00 น. ณ Nagoya City Mizuho Park Athletic Stadium โดยทีมชาติไทยเตรียมเข้าร่วมพิธีประมาณ 220 คน

อีกหนึ่งสีสันสำคัญก่อนการแข่งขัน คือ “แอ๊ด คาราบาว” หรือ ยืนยง โอภากุล ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้แต่งคำร้องและทำนองเพลง “ส่งใจไทยถึงนาโกย่า” เพื่อเป็นเพลงเชียร์และส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย โดยจะเริ่มเผยแพร่ผ่านสื่อและช่องทางโซเชียลมีเดีย

โฆษณา

รูปภาพบทความ

คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ยังเปิดกิจกรรมให้ประชาชนร่วมสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอประกอบเพลง “ส่งใจไทยถึงนาโกย่า” ชิงรางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท และรางวัลอันดับ 2 จำนวน 20,000 บาท โดยกำหนดปิดรับผลงานวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และประกาศผลวันที่ 31 สิงหาคม 2569

ส่วนเป้าหมายเหรียญทอง นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ระบุว่า เอเชียนเกมส์ครั้งก่อน ไทยคว้า 12 เหรียญทอง ขณะที่ครั้งนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยตั้งเป้าไว้ 20 เหรียญทอง ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ประเมินเป้าหมายที่ไม่ต่ำกว่า 14–15 เหรียญทอง เพื่อไม่สร้างแรงกดดันต่อนักกีฬามากเกินไป

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือปัญหางบประมาณสำหรับการเก็บตัวนักกีฬา โดยนายกองเอกชัยภักดิ์ระบุว่า หลายสมาคมกีฬาเพิ่งได้รับเงินสำหรับช่วงเก็บตัววันที่ 1 มีนาคม–30 เมษายน ขณะที่ขณะนี้เข้าสู่เดือนสิงหาคมและเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 1 เดือนก่อนการแข่งขัน ทำให้บางสมาคมต้องหาเงินสำรองเพื่อดูแลค่าใช้จ่ายของนักกีฬา รวมถึงค่าจ้างผู้ฝึกสอนต่างชาติ

รูปภาพบทความ

รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ จึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อให้การสนับสนุนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าหากต้องการคาดหวังผลงานและเหรียญรางวัลจากนักกีฬา การสนับสนุนด้านงบประมาณก็ควรมีประสิทธิภาพและทันต่อการเตรียมทีม

ด้านนายธนา ไชยประสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ระบุว่า วันที่ 8 กันยายน จะเป็นวันสำคัญในการประชุมขึ้นทะเบียนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศ เพื่อตรวจสอบและยืนยันรายชื่อ ชนิดกีฬา ตารางเดินทาง ที่พัก และเอกสารต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ รวมถึงเป็นวันสุดท้ายสำหรับการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อนักกีฬาไทย

ขณะนี้คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านเที่ยวบินและประสานเรื่องที่พักกับเจ้าภาพในเมืองต่าง ๆ แล้ว เหลือเพียงการนับถอยหลังสู่ภารกิจครั้งสำคัญของทัพนักกีฬาไทย ในการไล่ล่าความสำเร็จบนเวทีเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่น