ฟีฟ่าระอุ! “เควิน ลามูร์” พ้นเก้าอี้ COO หลังเปิดหน้าวิจารณ์ “จิอันนี อินฟานติโน” ปมแผนดึงทุนเอกชนถือหุ้นธุรกิจฟุตบอลโลก 20% เจ้าตัวเคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า การออกมาพูดครั้งนี้อาจต้องแลกด้วยตำแหน่งงาน
ความขัดแย้งภายในสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังฟีฟ่ายืนยันว่า ความสัมพันธ์ในการทำงานกับ เควิน ลามูร์ (Kevin Lamour) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ COO สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 หลังจากผู้บริหารรายนี้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จิอันนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานฟีฟ่าอย่างรุนแรง
ชนวนสำคัญมาจากแผนของอินฟานติโนที่จะจัดตั้งบริษัท FIFA Forward Enterprise (FFE) เพื่อดูแลธุรกิจด้านสิทธิประโยชน์และการดำเนินงานของการแข่งขันรายการสำคัญของฟีฟ่า รวมถึงฟุตบอลโลก โดยมีแนวคิดเปิดให้นักลงทุนเอกชนเข้าถือหุ้นสูงสุด 20% ขณะที่ฟีฟ่าจะยังถือหุ้น 80%
บริษัทดังกล่าวถูกประเมินมูลค่าไว้ราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนระดมเงินจากนักลงทุนสูงสุดประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์
อีกจุดที่สร้างแรงกระเพื่อมคือ Thrive Eternal ซึ่งก่อตั้งโดย โจชัว คุชเนอร์ (Joshua Kushner) น้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกวางตัวให้มีบทบาทนำในกลุ่มนักลงทุนที่เสนอเข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าว
แผนนี้เผชิญเสียงคัดค้านอย่างหนักจากวงการฟุตบอล โดยเฉพาะ UEFA รวมถึง AFC และ CONCACAF ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องการเปิดทางให้ทุนเอกชนเข้ามามีส่วนในผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก
หนึ่งในเสียงคัดค้านที่ดังมาจาก “คนใน” คือ ลามูร์ ซึ่งวิจารณ์กระบวนการตัดสินใจของอินฟานติโนอย่างตรงไปตรงมา โดยระบุในสาระสำคัญว่าโครงการดังกล่าวเป็น “โครงการของคนคนเดียว” และกล่าวหาว่าบุคลากรของฟีฟ่าไม่ได้รับข้อมูลอย่างโปร่งใสเพียงพอ
แรงต้านที่เกิดขึ้นทำให้อินฟานติโนประกาศยุติแผนดังกล่าวในที่สุด แต่ความขัดแย้งภายในฟีฟ่ายังคงไม่จบ
ล่าสุด ฟีฟ่าออกมายืนยันว่า ความสัมพันธ์ในการทำงานกับลามูร์ในฐานะ COO ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พร้อมขอบคุณสำหรับการทำงานตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ปี และอวยพรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมถึงเหตุผลของการแยกทาง
ประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ก่อนหน้านี้ลามูร์เคยแสดงจุดยืนว่า เขารู้ดีว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำองค์กรอย่างเปิดเผยอาจทำให้ต้องสูญเสียตำแหน่ง แต่พร้อมยอมรับผลที่จะตามมา
ลามูร์เข้าร่วมงานกับฟีฟ่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 หลังเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ UEFA และถือเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร รวมทั้งเคยทำงานใกล้ชิดกับอินฟานติโนมาเป็นเวลานาน
การพ้นตำแหน่งของลามูร์จึงไม่ได้ถูกจับตาเพียงในฐานะการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร แต่ยังสะท้อนแรงสั่นสะเทือนภายในฟีฟ่า หลังแผนเปิดทางให้ทุนเอกชนเข้าถือหุ้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ในวงการลูกหนังโลก
ภาพ AP





