นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันแนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า รัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่แค่การถอดถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวน 5,925 ราย แต่จะขยายผลสอบสวนเอาผิดผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อคืนความถูกต้องให้แก่ผู้เสียโอกาส โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานยึดหลัก "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" หากพบใครเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้น
การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่:
การถอดถอนรายชื่อ: กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวน 5,295 ราย หลังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นสรุปผลการทุจริต และรายงานต่อคณะกรรมการกลางฯ เพื่อส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดตามขั้นตอน

การดำเนินคดีอาญา: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาแล้ว 13 ราย แบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปลอมและรับรองเอกสารราชการเท็จ และอีกกลุ่มจำนวน 11 ราย ที่ร่วมกันแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ทำลายเอกสารตาม ป.อาญา มาตรา 188 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยพนักงานสอบสวนจะรวบรวมสำนวนส่ง ป.ป.ช. ไต่สวนภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
การตรวจสอบเส้นทางการเงิน: ปปง. อยู่ระหว่างเร่งแกะรอยเส้นทางการเงินกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 200 ราย ซึ่งจะดำเนินคดีทางทรัพย์สินอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 ได้สรุปรายงานผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมนำเสนอต่อ นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรมต่อไป





