สทนช. ประกาศ เตือนรับมือ ‘ฝนตกหนักถึงหนักมาก’ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม 22-26 ก.ย. นี้  โดยเฉพาะท้ายเขื่อนเจ้าพระยาระดับน้ำจ่อสูงขึ้น 0.75-1.25 เมตร กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำหลายจังหวัด

 

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศ ฉบับที่ 5/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง หลังจากติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน

จากการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 22 - 26 กันยายน 2569 ดังนี้

1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

  • ภาคเหนือ: จ.แม่ฮ่องสอน (อ.สบเมย, แม่สะเรียง, ขุนยวม), จ.ตาก (อ.อุ้มผาง, ท่าสองยาง, แม่ระมาด, แม่สอด), จ.พิษณุโลก (อ.เนินมะปราง, ชาติตระการ, วังทอง) และ จ.อุทัยธานี (อ.ลานสัก, บ้านไร่)

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.ศรีสะเกษ (อ.ภูสิงห์)

  • ภาคกลาง: จ.ลพบุรี (อ.เมืองลพบุรี, หนองม่วง), จ.สระบุรี (อ.หนองแค, พระพุทธบาท), จ.ปทุมธานี (อ.เมืองปทุมธานี), จ.นนทบุรี (อ.เมืองนนทบุรี, ปากเกร็ด), กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ (อ.บางบ่อ)

  • ภาคตะวันตก: จ.กาญจนบุรี (อ.สังขละบุรี, ศรีสวัสดิ์, พนมทวน, ทองผาภูมิ) และ จ.ราชบุรี (อ.จอมบึง, สวนผึ้ง)

  • ภาคตะวันออก: จ.นครนายก (อ.ปากพลี, เมืองนครนายก), จ.ปราจีนบุรี (อ.เมืองปราจีนบุรี, ศรีมหาโพธิ์, ประจันตคาม), จ.สระแก้ว (อ.อรัญประเทศ, วัฒนานคร, เขาฉกรรจ์), จ.ชลบุรี (อ.เมืองชลบุรี, บ่อทอง, ศรีราชา, บ้านบึง), จ.จันทบุรี (อ.มะขาม, แก่งหางแมว, โป่งน้ำร้อน, ขลุง, เขาคิชฌกูฏ) และ จ.ตราด (อ.เมืองตราด, บ่อไร่)

  • ภาคใต้: จ.ระนอง (อ.กะเปอร์), จ.สงขลา (อ.หาดใหญ่, คลองหอยโข่ง, สะเดา) และ จ.นราธิวาส (อ.ระแงะ, สุคิริน, สุไหงโก-ลก)

2. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย, น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง (จ.แม่ฮ่องสอน), แม่น้ำวังทอง (จ.พิษณุโลก), แม่น้ำภาชี (จ.ราชบุรี), แม่น้ำนครนายก (จ.นครนายก), แม่น้ำปราจีนบุรี (จ.ปราจีนบุรี), คลองพระสทึงและคลองพระปรง (จ.สระแก้ว), แม่น้ำจันทบุรี (จ.จันทบุรี), คลองกะเปอร์ (จ.ระนอง), แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำโก-ลก (จ.นราธิวาส)

3. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75 – 1.25 เมตร กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณ จ.ชัยนาท (อ.สรรพยา), จ.สิงห์บุรี (อ.อินทร์บุรี), จ.อ่างทอง (อ.เมืองอ่างทอง, วิเศษชัยชาญ), จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางไทร) และ จ.ปทุมธานี (อ.เมืองปทุมธานี, สามโคก)

ทั้งนี้ สทนช. ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตร ในรอบ 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งตรวจซ่อมแซมคันกั้นน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำ เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือและกำลังคนให้พร้อมช่วยเหลือและแจ้งเตือนประชาชนได้ทันที

Article ImageArticle Image