‘เอกนิติ’ ถกรับมือน้ำท่วมภาคกลาง สยบข่าวลือมวลน้ำทะลัก! กรมอุตุฯ ชี้ฝนเพิ่ม 25-27 ก.ย. แต่ไม่ถึงขั้นน้ำท่วมใหญ่ เผยหากน้ำเกิน 1,500 ลบ.ม. พร้อมผันออกคลองสาขาทันที ยืนยันยังบริหารจัดการได้ สั่งผู้ว่าฯ สแตนบายแผนอพยพ พร้อมอัดงบฉุกเฉินภาคละ 100 ล้าน

 

ทำเนียบรัฐบาล – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมแผนรองรับอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางล่วงหน้า โดยได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานแนวโน้มมวลน้ำที่จะไหลมาจากภาคเหนือ เพื่อประเมินผลกระทบและวางแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบ

นายเอกนิติ ระบุว่า จากข้อมูลคาดการณ์พบว่าในช่วงวันที่ 25 - 27 กันยายนนี้ จะมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงไม่ได้นิ่งนอนใจและสั่งการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยกำชับให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ รวมถึงเตรียมผันน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนตามแนวเขื่อนเหมือนในอดีต นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางเตรียมอุปกรณ์ แผนอพยพ และทำเช็กลิสต์แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนที่ภัยจะมาถึง

สำหรับงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉิน นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติจัดสรรเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินไว้รองรับแล้วภาคละ 100 ล้านบาท ซึ่งหากมีความจำเป็น แต่ละจังหวัดสามารถเสนอผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อนำงบประมาณมาดูแลและเยียวยาประชาชนได้ทันที

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบันยังสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากฝนที่ตกก่อนหน้านี้ไม่ได้มีปริมาณมากจนทำให้ล้นเขื่อน แต่หากปริมาณน้ำไหลผ่านเกินเกณฑ์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้วางแผนบริหารจัดการโดยการผันน้ำออกไปยังคลองสาขาต่างๆ ไว้แล้ว

ส่วนกรณีที่มีบางเพจรายงานข่าวโดยเตือนว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่  นายเอกนิติ กล่าวว่า ตามข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาว่า แม้จะมีฝนตกในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง แต่ปริมาณไม่ถึงขั้นทำให้เกิดอุทกภัยใหญ่แต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าตื่นตกใจกับข่าวลือดังกล่าว