วันที่ 6 ส.ค.69 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. แจ้งเตือน 49 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 พร้อมสั่งการจังหวัดและศูนย์ ปภ.เขต ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมกำลังพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดภัย
การแจ้งเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย ซึ่งมีผลกระทบระหว่างวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 โดยล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ยังคงเตือนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่
สาเหตุเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
พื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ประกอบด้วย
ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลางและภาคตะวันออก 13 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล

ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต
ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2–4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนอง และให้เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569
พื้นที่ชายฝั่งที่ต้องเฝ้าระวังคลื่นลมแรง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต โดยเฉพาะพื้นที่เกาะ ชายหาด และเส้นทางเดินเรือโดยสาร
ปภ. กำชับจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต หรือ ERT และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น น้ำตก ถ้ำ และถ้ำลอด หากประเมินแล้วมีความเสี่ยง ให้ประกาศเตือนหรือปิดกั้นพื้นที่ทันที ส่วนพื้นที่ชายฝั่งให้ติดตั้งสัญญาณเตือน ห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำในช่วงคลื่นลมแรง และแจ้งผู้ประกอบการเดินเรือเพิ่มความระมัดระวัง หากสถานการณ์รุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือ
ศูนย์ ปภ.เขตได้รับคำสั่งให้จัดตั้ง War Room ระดับพื้นที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น รองรับกรณีต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง
ประชาชนสามารถติดตามการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT แจ้งเหตุผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง





