วันที่ 5 ส.ค.69 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยเฉพาะข้อเรียกร้องเรื่องโฉนดชุมชนจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ  นายกรัฐมนตรีเห็นว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปอย่างล่าช้าและยังไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตามเป้าหมาย จึงสั่งให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. และหน่วยงานเจ้าของที่ดิน เร่งกำหนดขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาการดำเนินงานให้ชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน เนื่องจากภารกิจบางส่วนซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของ คทช. โดยให้การบริหารจัดการที่ดินทำกินของชุมชนเดินหน้าภายใต้กลไกของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแทน  ต่อมา ที่ประชุม คทช. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาแนวทาง มาตรการ และกระบวนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชน โดยกำหนดให้ดำเนินการภายใน 60 วัน และต้องมีผู้แทนทั้งภาครัฐและภาคประชาชนร่วมพิจารณา

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า การดำเนินงานยังไม่เป็นไปตามกรอบที่คาดหวัง ส่งผลให้ประชาชนบางพื้นที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งผลักดันมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ให้กระบวนการหยุดอยู่เพียงการตั้งคณะกรรมการหรือการศึกษาข้อมูล  นายกรัฐมนตรียังสั่งให้ คทช. ประสานกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานเจ้าของที่ดิน กำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประชาชนที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์หรือรับรองสิทธิ ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการขับไล่ รื้อถอน หรือมาตรการอื่นที่อาจสร้างความเดือดร้อนในช่วงเปลี่ยนผ่าน  ทั้งนี้ การคุ้มครองชั่วคราวไม่ได้หมายถึงการรับรองกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยอัตโนมัติ แต่เป็นมาตรการระหว่างรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาสิทธิตามกฎหมายของแต่ละพื้นที่

 ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรียังรายงานผลการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่า ภารกิจบรรลุเป้าหมายและได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติจากประธานาธิบดีปราโบโว ซูบียันโต ผลการหารือครอบคลุมทั้งการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการลักลอบค้ายาเสพติด พร้อมผลักดันแผนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้พัฒนาไปสู่โครงการและแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม 

ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งภายในรัฐบาลและการแย่งงานกันทำ นางสาวรัชดาระบุว่า นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่เป็นความจริง รัฐบาลยังมีเสถียรภาพ และรัฐมนตรีทุกคนยังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่  นายกรัฐมนตรีกำชับรัฐมนตรีไม่ให้หวั่นไหวกับกระแสข่าวทางการเมือง และให้มุ่งทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบ โดยยึดผลงานและประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก