‘ภัณฑิล’ สส.พรรคประชาชน วอนนายกฯ เห็นใจผู้ประกอบการกลางคืน เสียดายโดนตีตก ร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ ย้ำกฎหมายเก่าล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์เมืองท่องเที่ยว  ชี้เศรษฐกิจกลางคืนสร้างรายได้รากหญ้า-คนทำงานกลางคืน จี้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นร่วมจัดโซนนิ่งและคุมความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ขยายเวลาเปิด-ปิด

 

อาคารรัฐสภา – เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมคณะ ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงความกังวลและเสียดาย ภายหลังได้รับหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่ให้การรับรอง ร่างพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาชน เนื่องจากถูกจัดเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน

นายภัณฑิล กล่าวว่า ตนขอเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ที่กำลังรอคอยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายสถานบริการให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน เนื่องจากเศรษฐกิจกลางคืน (Night-time Economy) ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องสถานบันเทิง แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับนักดนตรี พนักงานร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนคนขับรถโดยสารสาธารณะ

นายภัณฑิล ชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ.สถานบริการ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถูกบังคับใช้มาอย่างยาวนานและล้าหลัง ไม่สอดรับกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน สาระสำคัญที่พรรคประชาชนเสนอในร่างกฎหมายดังกล่าว คือการปรับปรุงคำนิยามของประเภทกิจการให้ชัดเจน และการกระจายอำนาจในการออกใบอนุญาต รวมถึงการกำกับดูแลให้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าใจสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่ดีที่สุด

"การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจกลางคืน ไม่ควรมองแค่เรื่องการขยายเวลาเปิด-ปิดสถานบริการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแก้ปัญหาเรื่องการกำกับดูแลและการจัดโซนนิ่งควบคู่กันไป เพื่อบริหารจัดการทั้งเรื่องปัญหาเสียงรบกวน การจราจร การป้องกันการทะเลาะวิวาท ยาเสพติด อาชญากรรม และการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อนายกรัฐมนตรีตัดสินใจไม่รับรองร่างของพรรคประชาชน ตนจึงอยากตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลมีร่างกฎหมายของตนเองเตรียมไว้หรือไม่เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม" นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล ย้ำทิ้งท้ายว่า เมืองท่องเที่ยวระดับโลกต่างบริหารจัดการเศรษฐกิจกลางคืนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การควบคุมความปลอดภัย การขนส่งสาธารณะ ยันการคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จึงอยากเห็นรัฐบาลนำเศรษฐกิจกลางคืนเข้าสู่ระบบอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ประกอบการทำมาหากินได้ตามกฎหมาย นักท่องเที่ยวปลอดภัย และประชาชนในชุมชนสามารถพักผ่อนได้อย่างปกติสุข