วันที่ 28 ก.ค.69 - ป.ป.ส. หารือทางการญี่ปุ่น ติดตามคดี “น้องเทียน” หญิงไทยวัย 28 ปี ซึ่งถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ ย้ำเดินหน้าสืบสวนตามพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ยังไม่ด่วนสรุปว่าเป็นเหยื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ขณะที่วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อัยการญี่ปุ่นจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ไทยและญี่ปุ่นมีการประสานข้อมูลกันตามกรอบความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดย ป.ป.ส.ภาค 1 ได้เชิญบิดาและแฟนหนุ่มของน้องเทียนเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งภาพถ่ายและข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน

รูปภาพบทความ

ปัจจุบันทางการญี่ปุ่นดำเนินคดีกับน้องเทียนใน 2 ข้อหา ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทไอซ์ และความผิดตามกฎหมายศุลกากร ส่วนการรวบรวมหลักฐานของฝ่ายไทยจะไม่เร่งรัดเพื่อให้ทันกำหนดวันที่ 31 กรกฎาคม แต่จะดำเนินการให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด เนื่องจากการสั่งคดีเป็นอำนาจของตำรวจและกระบวนการยุติธรรมญี่ปุ่น

โฆษก ป.ป.ส. ระบุด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างคดีดังกล่าวกับขบวนการลักลอบส่งยาไอซ์ซุกในกระปุกมะขามเปียก ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามได้ แม้จะพบจุดร่วมบางประการ แต่ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงต้องรอผลการสืบสวนและขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ ป.ป.ส. เตือนประชาชนที่รับจ้างหิ้วหรือรับฝากสิ่งของเดินทางไปต่างประเทศ ต้องตรวจสอบผู้ว่าจ้างและสิ่งของทุกชิ้นอย่างละเอียด หากพบร่องรอยแกะ ตัด ซีลใหม่ หรือน้ำหนักผิดปกติ ควรปฏิเสธทันที เพราะอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการลักลอบขนยาเสพติดและต้องเผชิญคดีร้ายแรงในต่างประเทศ