วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยายังออกประกาศฉบับที่ 10 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบระหว่างวันที่ 28–30 กรกฎาคม 2569  โดยช่วงดังกล่าวหลายพื้นที่ของประเทศจะมีฝนตกหนัก และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามระดับน้ำและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณน้ำไหลเชี่ยว และเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ  ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขณะที่เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

รูปภาพบทความ

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุด 30–34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิสูงสุด 30–34 องศาเซลเซียส

รูปภาพบทความ

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และกาญจนบุรี อุณหภูมิสูงสุด 33–36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในชุมพรและสุราษฎร์ธานี ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่ง 1–2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในระนอง พังงา และภูเก็ต ตั้งแต่พังงาขึ้นไปคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร

รูปภาพบทความ

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิสูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส

 ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือสอบถามสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประกาศฉบับถัดไปมีกำหนดออกเวลา 17.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2569

รูปภาพบทความ