วันที่ 27 ก.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า รัฐบาลยังไม่ได้ยกเลิกหรือพับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ปรับแนวทางดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลเห็นว่า การพัฒนาโครงข่ายรถไฟส่วนที่ขาดหาย หรือ Missing Link รวมถึงการยกระดับท่าเรือทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่า
ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ยังสามารถนำกลับมาปัดฝุ่นได้ในอนาคต หากมีความจำเป็น มีความคุ้มค่า หรือบริบทด้านภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เหมาะสม

รูปภาพบทความ

กรณีท่าเรือระนองจะสร้างใหม่หรือพัฒนาจากพื้นที่เดิม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งด้านพื้นที่ รูปแบบการลงทุน และความจำเป็นในการปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง ขณะนี้ยังไม่ได้หารือรายละเอียดผลการศึกษากับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ หลังมีการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม นายอนุทินมองว่า การเชื่อมต่อระบบรถไฟไปยังภาคตะวันตกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า เนื่องจากเส้นทางรถไฟในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าวอย่างสมบูรณ์

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ บอร์ดอีอีซี ระบุว่า จะเชิญนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี เข้าหารือหลังวันที่ 28 กรกฎาคมนี้  โดยการหารือจะพิจารณาสถานะโครงการ ปัญหาตามสัญญา และแนวทางเดินหน้าที่เหมาะสม ก่อนนัดประชุมบอร์ดอีอีซีในลำดับต่อไป

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากสัญญาระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นสัญญาขนาดใหญ่ มีรายละเอียดและข้อผูกพันหลายด้าน  การยกเลิกสัญญาต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย และต้องพิจารณากระบวนการแก้ไข เยียวยา หรือปรับเงื่อนไขตามกฎหมายก่อน ไม่สามารถตัดสินใจได้โดยทันที

นายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลจะพิจารณาทุกโครงการบนพื้นฐานของความคุ้มค่า ประโยชน์ของประเทศ และความรอบคอบทางกฎหมาย โดยยังไม่ปิดทางเลือกใดจนกว่าจะมีข้อมูลครบถ้วน