วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 - ครอบครัวของ น.ส.จุฑาทิพย์ ทองน้อย อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี ร้องขอความช่วยเหลือ หลังบุตรสาวถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นควบคุมตัวที่สนามบินฟุกุโอกะ จากการตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟภายในพัสดุที่รับจ้างนำไปส่ง  

เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 12 กรกฎาคม หลัง น.ส.จุฑาทิพย์ เดินทางออกจากสนามบินดอนเมือง พร้อมแฟนหนุ่มและเพื่อนอีกหนึ่งคน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ด้วยเที่ยวบิน FD236 ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย  เมื่อเดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ เจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระและพบสิ่งผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัว น.ส.จุฑาทิพย์ไว้สอบสวน ส่วนแฟนหนุ่มและเพื่อนถูกสอบปากคำก่อนปล่อยตัวในช่วงค่ำวันเดียวกัน

นายศราวุธ กลับดี แฟนของ น.ส.จุฑาทิพย์ ให้ข้อมูลว่า แฟนสาวเปิดกลุ่มไลน์ชื่อ “THIENTHIEN SHOP” เพื่อรับหิ้วสินค้าให้คนไทยในญี่ปุ่น รวมถึงรับฝากของจากไทยไปส่งยังประเทศญี่ปุ่น  ก่อนเดินทาง มีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “ing ing” ติดต่อว่าจ้างให้นำพัสดุน้ำหนักรวมประมาณ 12 กิโลกรัมไปส่ง โดยบรรจุอยู่ในกล่องสีน้ำตาล ปิดเทปอย่างแน่นหนา  ลูกค้ารายดังกล่าวเคยใช้บริการมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ทำให้ผู้รับจ้างไม่ได้สงสัย โดยมีการโอนค่าจ้างจำนวน 3,600 บาทจากบัญชีชื่อ “HO THI MAI”  นายศราวุธระบุว่า การเดินทางครั้งนี้มีพัสดุรวม 9 กล่อง หลังเกิดเหตุ ลูกค้ารายอื่นยังติดต่อรับของตามปกติ ยกเว้นเจ้าของพัสดุชื่อ “ing ing” ที่ไม่ติดต่อรับสินค้าและบล็อกช่องทางสื่อสารทั้งหมด  

หลังแฟนสาวถูกควบคุมตัว นายศราวุธเดินทางไปขอข้อมูลจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ โดยได้รับแจ้งว่า คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น  ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม ครอบครัวได้รับหนังสือแจ้งว่า ตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ และ น.ส.จุฑาทิพย์ถูกจับกุมในข้อหานำเข้ายาเสพติด  จนถึงขณะนี้ ครอบครัวยังไม่สามารถติดต่อ น.ส.จุฑาทิพย์ได้โดยตรง และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

น.ส.กันยาวีร์ เฟื่องเพียร มารดาของ น.ส.จุฑาทิพย์ เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวได้เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บางบัวทอง และขอตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้าน เพื่อหาตัวบุคคลที่นำพัสดุมาส่งให้บุตรสาว

ขณะนี้ครอบครัวทราบข้อมูลบางส่วนแล้ว และส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ตรวจสอบ พร้อมขอให้ติดตามว่าบุคคลที่ฝากพัสดุเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหรือคดีลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้หรือไม่  ผู้เป็นแม่ยอมรับว่า บุตรสาวขาดความรอบคอบที่ไม่ได้ตรวจสอบพัสดุให้ละเอียด แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเชื่อว่าถูกหลอกใช้เป็นผู้ลำเลียง

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจตนาและผู้ร่วมขบวนการต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ  

กรณีดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำหรับผู้รับจ้างหิ้วของหรือฝากสัมภาระข้ามประเทศ ไม่ควรรับพัสดุที่ปิดผนึกแน่น ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือไม่สามารถตรวจสอบสิ่งของภายในได้ เพราะผู้ถือสัมภาระอาจต้องรับผิดชอบเมื่อพบสิ่งผิดกฎหมาย  ควรบันทึกข้อมูลผู้ว่าจ้าง หลักฐานการชำระเงิน ที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับ พร้อมเปิดตรวจสินค้าทุกชิ้นก่อนเดินทาง หากเจ้าของพัสดุปฏิเสธการตรวจสอบ ควรปฏิเสธการรับงานทันที

Article Image