วันที่ 24 ก.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 ณ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานของรัฐบาลและรับมือเหตุการณ์สำคัญตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้ง อุทกภัย ถนนทรุด ตลอดจนปัญหาด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
นายอนุทินระบุว่า การผ่านพ้นวิกฤตหลายครั้งเกิดจากการประสานงานของหน่วยงานรัฐ โดยทุกฝ่ายลงพื้นที่ทำงานในฐานะข้าราชการที่มีหน้าที่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่ยึดติดกับตำแหน่งหรือสังกัดของตนเอง
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ การบริหารงานจะยึดภารกิจและผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่การรักษาอำนาจทางการเมือง โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบายผ่านหัวหน้าส่วนราชการตามสายงาน และติดตามผลโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดการสั่งงานข้ามลำดับบังคับบัญชา
นายกรัฐมนตรีกำชับหัวหน้าส่วนราชการให้บูรณาการงานทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข ความมั่นคง และการให้บริการประชาชน โดยต้องจัดการปัญหาร่วมกัน ไม่แบ่งความรับผิดชอบหรือรักษาผลประโยชน์เฉพาะกระทรวง ในด้านการปราบปรามอาชญากรรม นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผลงานของทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการสกัดเครือข่ายสแกมเมอร์ การจับกุมยาเสพติด และการขยายผลคดีสำคัญ โดยเห็นว่าการทำงานร่วมกันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความไว้วางใจระหว่างหน่วยงานรัฐกับองค์กรอิสระ


สำหรับการเจรจาการค้าและความร่วมมือกับต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีสั่งให้ทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลและข้อเสนออย่างครบถ้วน เพื่อสนับสนุนหัวหน้าคณะเจรจาก่อนเดินทาง หากตัวแทนไทยไปถึงโต๊ะเจรจาแล้วต้องขอกลับมาหารือใหม่ อาจทำให้เสียโอกาส เสียความได้เปรียบ และเปิดช่องให้คู่เจรจาประเมินจุดอ่อนของฝ่ายไทยได้ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบการเจรจาแล้ว ผู้แทนรัฐบาลต้องมีข้อมูลและอำนาจตัดสินใจเพียงพอ เพื่อให้การเจรจาได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านว่า ไทยไม่เคยมีนโยบายรุกรานประเทศใด เคารพอธิปไตยของทุกฝ่าย และไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แต่หากถูกคุกคาม เอาเปรียบ หรือทำร้าย ไทยจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยความเด็ดขาด ส่วนการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา นายอนุทินระบุว่า ไทยพร้อมเจรจา โดยได้แจ้งผู้นำกัมพูชาแล้วว่า การพูดคุยต้องตั้งอยู่บนกรอบที่ไทยกำหนด ประเด็นใดสามารถประนีประนอมได้โดยไม่เกิดความเสียหายก็พร้อมหารือ แต่ข้อเสนอใดที่กระทบผลประโยชน์หรืออธิปไตยของประเทศ ไม่ควรถูกนำเข้าสู่วาระเจรจา นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมขอให้ภาคธุรกิจและประชาชนเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังมีความปลอดภัย และสามารถเดินหน้าการลงทุนหรือขยายกิจการได้ตามปกติ
นายอนุทินระบุว่า จะจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการอย่างน้อยทุก 2 เดือน เพื่อร่วมแก้ปัญหาและติดตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับข้าราชการที่ใกล้เกษียณให้ทำงานเต็มกำลังจนถึงวันสุดท้ายของอายุราชการ
“อายุราชการสิ้นสุดเที่ยงคืนวันที่ 1 ตุลาคม ไม่ใช่เดือนกรกฎาคม” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมย้ำว่า ทุกฝ่ายยังต้องเร่งขับเคลื่อนงานเพื่อประเทศและประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง





