วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารจานเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายราคาในระดับเดิม ขณะที่ต้นทุนการผลิตบางรายการเริ่มลดลงแล้ว กระทรวงพาณิชย์ติดตามโครงสร้างต้นทุนตั้งแต่ราคาพลังงาน วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง ไปจนถึงราคาขายหน้าร้าน เพื่อประเมินว่าการปรับราคาสอดคล้องกับสถานการณ์จริงหรือไม่
ล่าสุด กรมการค้าภายในเชิญผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และห้างค้าปลีกกว่า 80 ราย หารือและขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าจำเป็นในช่วงที่ประชาชนยังเผชิญภาระค่าครองชีพ โดยสินค้าที่อยู่ระหว่างติดตาม ได้แก่ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน น้ำตาลทราย ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และนมพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนต้องซื้อเป็นประจำ
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกและค่าขนส่งลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงวิกฤติประมาณร้อยละ 20 แต่สินค้าบางส่วนที่วางจำหน่ายยังผลิตจากวัตถุดิบในช่วงต้นทุนสูง จึงต้องพิจารณาตามรอบการผลิตและสต๊อกสินค้า เพื่อรักษาความเป็นธรรมทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
สำหรับข้าวราดแกงและอาหารจานเดียว กระทรวงพาณิชย์ติดตามราคาวัตถุดิบที่กระทบต้นทุนร้านอาหารโดยตรง เช่น ข้าวสารเหนียว เครื่องปรุง กุ้งขาว ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักชี พริก มะนาว และน้ำตาลทราย
วัตถุดิบหลายรายการยังมีราคาทรงตัวหรือมีแนวโน้มลดลง ซึ่งควรช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนของร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ราคาขายแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันตามค่าเช่า ค่าแรง ปริมาณวัตถุดิบ และต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการ
รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้ทั้งการติดตามราคา การประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตและห้างค้าปลีก การจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าจำเป็น และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล
เป้าหมายสำคัญคือให้ราคาสินค้าและอาหารสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ผลักภาระเกินควรไปยังประชาชน และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม





