วันที่ 19 ก.ค.69 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดผลสำรวจเรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” พบประชาชนกังวลการเข้ามาลงทุนในธุรกิจผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทามากที่สุด ขณะที่การใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น เปิดธุรกิจ และถือครองที่ดิน เป็นพฤติกรรมที่ประชาชนระบุว่าเคยพบเห็นในระดับต้น ๆ

ผลสำรวจเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 13–15 กรกฎาคม จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,310 ตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้  เมื่อถามถึงพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่อาจเป็นอันตรายต่อประเทศไทย ร้อยละ 94.05 ระบุว่า การลงทุนในธุรกิจผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา “อันตรายมาก” และอีกร้อยละ 5.42 เห็นว่า “ค่อนข้างอันตราย”

รองลงมาคือ การจ้างคนไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองที่ดิน โดยร้อยละ 82.14 มองว่าอันตรายมาก ตามด้วยการจ้างคนไทยรับเป็นบิดาของเด็กที่เป็นบุตรชาวต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติไทย ร้อยละ 81.76

รูปภาพบทความ

ส่วนธุรกิจศูนย์เหรียญ ซึ่งเป็นระบบที่นักลงทุนต่างชาติควบคุมการซื้อขายและรายได้อยู่ภายในเครือข่ายของคนชาติเดียวกัน ร้อยละ 81.29 มองว่าอันตรายมาก ขณะที่ร้อยละ 81.21 กังวลการใช้คนไทยเป็นนอมินีเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการ

นอกจากนี้ ร้อยละ 77.48 มองว่าการเข้ามาตั้งถิ่นฐานรวมกันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของชาวต่างชาติอาจเป็นอันตรายต่อประเทศ ร้อยละ 72.98 กังวลการทำงานไม่ตรงกับใบอนุญาต และร้อยละ 65.42 มองว่าการเข้ามาทำอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น พนักงานขับรถ มัคคุเทศก์ หรือธุรกิจนำเที่ยว เป็นปัญหาที่ต้องเฝ้าระวัง

เมื่อถามถึงพฤติกรรมผิดกฎหมายที่ผู้ตอบแบบสำรวจเคยพบเห็นด้วยตนเอง ร้อยละ 35.95 ระบุว่าไม่เคยพบเห็น ขณะที่ร้อยละ 26.11 ระบุว่าเคยพบการลงทุนในธุรกิจผิดกฎหมายหรือกิจการฟอกเงินสีเทา  ร้อยละ 25.88 เคยพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ และร้อยละ 20.92 เคยพบการใช้นอมินีถือครองที่ดินในนามบุคคล องค์กร หรือบริษัท

ส่วนพฤติกรรมอื่นที่ประชาชนระบุว่าเคยพบเห็น ได้แก่ การตั้งถิ่นฐานรวมกันจนเกือบเป็นชุมชนของชาวต่างชาติ ร้อยละ 18.85 การทำอาชีพสงวนของคนไทย ร้อยละ 17.71 และการทำงานไม่ตรงกับใบอนุญาต ร้อยละ 14.35  ขณะที่ร้อยละ 9.69 เคยพบธุรกิจศูนย์เหรียญ และร้อยละ 8.70 เคยพบการจ้างคนไทยรับเป็นบิดาของเด็กที่เป็นบุตรชาวต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติไทย

ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 67.10 มองว่าการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ชาวต่างชาติในประเทศไทยสามารถกระทำผิดกฎหมายได้  รองลงมาคือ บทลงโทษตามกฎหมายไม่รุนแรง ร้อยละ 59.31 นโยบายรัฐหรือกฎหมายเปิดช่อง ร้อยละ 52.21 การทุจริตของนักการเมือง ร้อยละ 50.46 และการเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวของคนไทยบางส่วน ร้อยละ 48.70  ขณะที่ร้อยละ 44.35 เห็นว่าเจ้าหน้าที่ขาดการสอดส่องดูแล และร้อยละ 29.54 มองว่าคนไทยยังไม่สนใจหรือไม่ตระหนักถึงปัญหาต่างชาติทำผิดกฎหมายมากพอ