กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับมาตรการควบคุมความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยสั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ปูพรมปูพรมตรวจสอบสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทั่วกรุงรวม 919 แห่ง ให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 1 เดือน โดยนำ "เช็กลิสต์" (Checklist) มาตรฐานใหม่ที่เพิ่มความเข้มงวดเข้ามาบังคับใช้ในการคัดกรองพื้นที่เสี่ยง
รองศาสตราจารย์ ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การตรวจประเมินรอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัยหลัก ได้แก่ โครงสร้างอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ และระบบกระแสไฟฟ้า หากพบข้อบกพร่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที เจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการดำเนินการทันที ส่วนจุดเสี่ยงที่ต้องใช้เวลาปรับปรุง จะมีการกำหนดเงื่อนไขระยะเวลาที่เหมาะสมตามกฎหมาย นอกจากนี้ กทม. ได้เพิ่มเมนูแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยของสถานประกอบการผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งหลังเปิดระบบเพียงวันเดียว มีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วกว่า 30 รายการ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ด้าน นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงถึงรายละเอียดข้อกฎหมายการขอใบอนุญาตว่า ร้านอาหารที่มีการจัดแสดงดนตรีและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องขอใบอนุญาตจาก กทม. ให้ถูกต้องครบ 2 ประเภท คือ ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร และใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งตามเงื่อนไขใบอนุญาตกำหนดให้สถานประกอบการเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 24.00 น. (เที่ยงคืน) เท่านั้น หากพบการเปิดให้บริการเกินเวลาจะถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขทันที ซึ่งสำนักงานเขตมีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันทีควบคู่กับการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่
หลังจากนี้ กรุงเทพมหานครจะจัดทำคู่มือการตรวจสภาพความปลอดภัยพร้อมภาพประกอบ เพื่อใช้จัดอบรมร่วมกันระหว่าง สำนักงานเขต, สำนักโยธา, สำนักอนามัย และสถานีดับเพลิง เพื่อให้การปฏิบัติงานควบคุมเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยกระบวนการตรวจประเมินแบบปูพรมทั้งหมดจะเริ่มคิกออฟ (Kick-off) ลงพื้นที่จริงภายในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป








