หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี สกัดชาวกัมพูชา-จีน-อินโดนีเซีย รวม 19 คน ลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายแดนจันทบุรี  
 พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวของขบวนการนำพาคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย และความเสี่ยงเชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ชายแดนตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี  ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นบุคคลต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติได้รวม 19 คน แบ่งเป็นชาวกัมพูชา 14 คน ประกอบด้วยชาย 3 คน หญิง 7 คน เด็ก 4 คน ชาวจีน 4 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน ก่อนควบคุมตัวส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มชาวกัมพูชาให้ข้อมูลว่า ต้องการเดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชัยนาท และสมุทรปราการ โดยจ่ายเงินให้ขบวนการนำพาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายคนละประมาณ 7,500-8,000 บาท เพื่อใช้ช่องทางธรรมชาติหลบเลี่ยงการตรวจของเจ้าหน้าที่  ส่วนชาวจีนและชาวอินโดนีเซียรวม 5 คน ให้การว่าเดินทางมาจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยมีจุดหมายปลายทางในกรุงเทพมหานคร พร้อมระบุว่าเสียค่าใช้จ่ายให้ขบวนการนำพาคนเข้าเมืองสูงถึงคนละ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150,000 บาท

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการลักลอบนำพาบุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมายยังพยายามใช้แนวชายแดนไทยเป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายบุคคลอย่างต่อเนื่อง และอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในหลายรูปแบบ

กองทัพเรือจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และสกัดกั้นตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นทางผ่าน หรือกลายเป็นพื้นที่รองรับของเครือข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายฐานของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะยังคงบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง  มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ และยืนยันว่าหน่วยงานความมั่นคงจะไม่ปล่อยให้ช่องทางธรรมชาติถูกใช้เป็นเส้นทางของขบวนการผิดกฎหมาย



Article Image
Article Image
Article Image