เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดปาฐกถาพิเศษเทิดพระเกียรติ “สิริศิลป์จินตภาพน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2569 ของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “วิทยาการแห่งพระเมตตา: จากรากฐานพระปณิธานสู่สุขภาวะปวงประชา” โดยสะท้อนถึงพระเมตตาและพระปณิธานในการยกระดับการแพทย์ การสาธารณสุข และการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนอย่างเสมอภาค โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มเปราะบาง
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับการสถาปนาในปี 2559 เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุข มุ่งผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลน ควบคู่กับการขยายการดูแลรักษาของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้ครอบคลุมทุกโรค และสนับสนุนการแพทย์ขั้นสูงให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น

จากพระกรณียกิจและพระวิสัยทัศน์ดังกล่าว นำมาสู่โครงการ “รางวัลศรีสวางควัฒน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเชิดชูหน่วยบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะหน่วยงานในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัด แต่ยังสามารถพัฒนาระบบบริการสุขภาพได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ประชาชน
ผลการตัดสิน “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2569 แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่
ประเภทที่ 1 โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลเฉพาะทาง-เฉพาะระบบ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับโรงพยาบาลศูนย์ ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการสร้างเครือข่าย การมีส่วนร่วมของชุมชน และการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และประชาชนชายขอบ ผ่านระบบ Telemedicine การดูแลแบบประคับประคอง และการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงถึงบ้าน
ประเภทที่ 2 โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับโรงพยาบาลทั่วไป ได้แก่ โรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งโดดเด่นด้านการให้บริการสุขภาพในบริบทพหุวัฒนธรรม ท่ามกลางข้อจำกัดด้านความมั่นคง มีเครือข่ายภาคประชาชน ผู้นำศาสนา และ อสม. ที่เข้มแข็ง พร้อมนำเทคโนโลยีและ AI มาพัฒนาเส้นทางการดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน รวมถึงระบบ Flood Dashboard เพื่อบริหารเครื่องมือแพทย์และกำลังคนในภาวะวิกฤต


ประเภทที่ 3 โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ระดับโรงพยาบาลชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งมุ่งพัฒนาบริการปฐมภูมิที่ยั่งยืน ตอบสนองปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายระดับอำเภอได้อย่างเป็นรูปธรรม
ประเภทที่ 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนางานปฐมภูมิอย่างต่อเนื่อง มีการนำระบบดิจิทัลและการแพทย์ทางไกลมาเชื่อมต่อกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รวมถึงมีระบบห้องปฏิบัติการและการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตที่มีประสิทธิภาพ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ กล่าวสรุปว่า สถานพยาบาลต้นแบบทั้ง 4 แห่ง เป็นภาพสะท้อนของการสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนทุกถิ่นฐานให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และยั่งยืน โดยรางวัลศรีสวางควัฒนไม่ได้เป็นเพียงเกียรติยศแห่งความสำเร็จ แต่ยังเป็นพันธสัญญาของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จะร่วมกันขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยให้เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิตบนแผ่นดินไทย




