วันที่ 23 ส.ค.69 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ต่อยอดบทบาทของ JIC น่าน จากการรวบรวมและรายงานสถานการณ์ ไปสู่การเป็น ศูนย์กลางประสานข้อมูลความช่วยเหลือ

แนวทางดังกล่าวจะรวบรวมความต้องการจากศูนย์พักพิง โรงครัวกลาง และพื้นที่ประสบภัยเป็นรายวัน ก่อนส่งข้อมูลไปยังหน่วยงาน ภาคธุรกิจ และประชาชนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้สามารถจัดสิ่งของได้ตรงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด ซึ่ง ปัญหาที่พบเป็นประจำในช่วงภัยพิบัติคือ สิ่งของบริจาคบางชนิดมีมากเกินความต้องการในบางจุด ขณะที่สิ่งของที่ใช้หมดเร็ว โดยเฉพาะวัตถุดิบสำหรับโรงครัว ยังต้องเติมอย่างต่อเนื่อง

Advertise

ข้อมูลล่าสุดวันที่ 22 สิงหาคม โรงครัวกลางในพื้นที่แจ้งความต้องการเพิ่มเติม ได้แก่ เนื้อไก่  ข้าวสาร  ผักสด  เครื่องปรุงรส  ภาชนะบรรจุอาหาร  สิ่งของกลุ่มนี้ถูกใช้ในการประกอบอาหารทุกมื้อและมีการหมุนเวียนรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลความต้องการที่เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การสนับสนุนไม่ขาดช่วง

JIC น่าน จะอัปเดตข้อมูลสถานการณ์และรายการความต้องการ วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. พร้อมแจ้งเตือนเพิ่มเติมทันทีหากเกิดสถานการณ์สำคัญ เช่น ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก หรือดินโคลนถล่ม  รัฐบาลจึงแนะนำให้ภาคเอกชน องค์กร หรือประชาชนที่ต้องการบริจาค ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการก่อนจัดซื้อหรือจัดส่ง เพื่อให้สิ่งของถึงพื้นที่ที่ต้องการจริง และลดภาระด้านการคัดแยก จัดเก็บ และขนส่ง

รัฐบาลย้ำว่า แนวทาง “จับคู่ของบริจาค” เป็นเพียงการอธิบายบทบาทการประสานข้อมูลของ JIC น่าน ไม่ใช่การตั้งศูนย์แห่งใหม่ และไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจำกัดหรือห้ามประชาชนบริจาคสิ่งของประเภทอื่น
เป้าหมายคือทำให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ว่าในช่วงเวลานั้นพื้นที่ใดกำลังขาดสิ่งของชนิดใด เพื่อลดทั้งปัญหา “ของล้น” ในจุดหนึ่ง และ “ของขาด” ในอีกจุดหนึ่ง

สำหรับความช่วยเหลือล็อตแรก รัฐบาลประสานภาคเอกชนจัดส่ง เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส และผักสดหลายชนิด ไปยังมูลนิธิในพื้นที่ ซึ่งจัดตั้งโรงครัวกลางประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยในจังหวัดน่านแล้ว

รัฐบาลยังเตรียมนำรูปแบบการประสานความต้องการลักษณะเดียวกันไปใช้กับจังหวัดอื่นที่ยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ทรัพยากรจากทุกภาคส่วนถูกกระจายไปยังพื้นที่จำเป็นได้รวดเร็วและเหมาะสม