วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
24 เม.ย. 2569 10:43 | 480 view
@pracha
พิธา ตัดพ้อ ยัน 44 สส.เข้าชื่อแก้ มาตรา 112 ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง
24 เมษายน 2569 จากกรณีศาลฎีกาจะนัดประชุมองค์คณะเพื่อพิจารณาคําร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฐานกระทําผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในวันนี้ (24 เม.ย. 69)
ล่าสุด นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า ผมขอยืนยันเจตนาของพวกเราว่า การเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนั้น มิได้เป็นการเซาะกร่อน บ่อนทําลาย หรือล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด แต่เป็นความพยายามที่จะใช้ “สภาผู้แทนราษฎร” ในฐานะพื้นที่ของผู้แทนประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสันติ เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในสังคมที่กําลังเผชิญหน้ากันอยู่ ให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ในช่วงเวลานั้น สังคมไทยมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างรุนแรง หากปล่อยให้ความขัดแย้งดํารงอยู่โดยไม่มีพื้นที่ปลอดภัยและมีความชอบธรรม ก็มีความเสี่ยงที่จะลุกลามบานปลายเกินกว่าที่พี่น้องประชาชนจะคาดคิด ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เราในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” ทํา คือนําเรื่องนี้กลับเข้ามาอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อให้มีการอภิปราย และแลกเปลี่ยนกันอย่างมีวุฒิภาวะในสภาที่มีข้อบังคับชัดเจน ซึ่งเป็นวิถีทางที่ปลอดภัยที่สุดสําหรับระบอบประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับโดยทั่วไปในนานาอารยประเทศ
ในความเป็นจริงแล้ว การกระทําดังกล่าวไม่ควรเป็นคดีมาตั้งแต่ต้น แต่ทั้งหมดคือกระบวนการ “นิติสงคราม” ที่มุ่งหยุดยั้งความพยายามในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมผ่านกระบวนการรัฐสภาของพวกเรา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน
ผมอยากให้ทุกฝ่ายลองมองอีกมุมหนึ่งว่า โดยหลักการแล้ว การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” อย่างเข้มข้น โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้แบบเลือกปฏิบัติ ไร้การถ่วงดุลและตรวจสอบ “มาตรฐานทางจริยธรรม”อาจถูกนํามาเป็นเครื่องมือทําลายล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงและไร้สัดส่วนได้ และสิ่งนั้นต่างหากที่กําลังเซาะกร่อน บ่อนทําลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยของเราทุกคน
สําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในมุมของคนที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่มาก่อน 6 เดือนก่อนกลับเข้าสภา ผมเห็นว่า พวกเขาไม่มีความจําเป็นต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะ
หนึ่ง การปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาอยู่ภายใต้กลไกการควบคุมตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยาแก้ไขได้ในภายหลัง
สอง พวกเขามีบทบาทสําคัญในการทํางานของสภา ทั้งการตรากฎหมาย และการควบคุมตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล
และสาม ด้วยจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 10 คน ก็ไม่สามารถดําเนินการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อสภาในลักษณะเดิมซ้ําได้อยู่แล้ว
ดังนั้น การให้ทั้ง 10 คนยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จึงมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐหรือการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ทําให้ฝ่ายค้านอ่อนแอลง แต่เป็นการพิทักษ์รักษาระบอบรัฐสภา และความต่อเนื่องของการทํางานเพื่อประชาชนอย่างเข้มแข็งในระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 13:43 127 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 13:19 104 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:35 111 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:29 741 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:24 88 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 11:19 105 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:59 127 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:36 97 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:30 136 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 10:20 86 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:37 97 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:33 83 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:05 136 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:04 104 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 08:59 175 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 08:36 279 views