×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569

?>

ป.ป.ช.แจงคดี ศักดิ์สยาม ไม่จงใจปกปิด ยันไม่ขัดคําวินิฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

 23 เม.ย. 2569 12:47 | 415 view

 @pracha

Facebook X Share

ป.ป.ช. แจงเหตุ"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ "ไม่เห็นขัดศาลรธน. ยกข้อมูลทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบโอนเงินลงหุ้นหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 119,499,000 บาท ให้นาย ศ. 26 มกราคม 2561 และจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น 6 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งดําเนินการก่อนวันที่ศาลรธน.จะมีคําวินิจฉัย17 มกราคม 2567และจากข้อมูลสตง.ชี้หจก.บุรีเจริญฯได้งานก่อน"ศักดิ์สยาม"เข้ารับตําแหน่งรมว.คมนาคม 5 รอบปีบัญชี  จึงไม่พบใช้อํานาจให้ประโยชน์แก่หจก.บุรีเจริญฯ

 23 เมษายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสํานักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อมวลชน กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคําวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั้น สํานักงาน ป.ป.ช. ขอแถลงข้อเท็จจริงในประเด็นดังต่อไปนี้ 1. กรณียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ยื่นบัญชีต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม จํานวน 6 ครั้ง มีรายละเอียดดังนี้ 

(1) กรณีเข้ารับตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมัยที่ 1) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ได้ยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 (2) กรณีเข้ารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ได้ยื่นบัญชีไว้เพื่อเป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 (3) กรณีพ้นจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 ได้ยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 โดยเป็นการยื่นบัญชีล่าช้าเป็นเวลา 573 วัน ซึ่งเป็นการยื่นบัญชีล่าช้าอันเนื่องมาจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย ที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ (วันที่ 3 มีนาคม 2566) (4) กรณีพ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมัยที่ 1) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ได้ยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 (5) กรณีเข้ารับตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมัยที่ 2) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 ได้ยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 (6) กรณีพ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมัยที่ 2) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ได้ยื่นบัญชีเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 โดยเป็นการยื่นบัญชีล่าช้าเป็นเวลา 16 วัน   ทั้งนี้ ในการยื่นบัญชีทั้ง 6 ครั้ง ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่ปรากฏว่ามีรายการเงินลงทุนที่เป็นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแต่อย่างใด 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรม นูญได้มีคําวินิจฉัยที่ 1/2567 โดยวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับนาย ศ. ได้ตกลงกันให้นําเงินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไปทําธุรกรรมต่างๆในนามของนาย ศ. โดยขั้นตอนสุดท้ายได้มีการนําเงินนั้นไปซื้อกองทุน TMB-T-ES-DPlus และ กองทุน TMB-T-ES-IPlus ในชื่อนาย ศ. แล้วขายกองทุนดังกล่าวเพื่อชําระค่าสิทธิเงินลงหุ้นให้แก่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เช่นนี้เงินจํานวน 119,500,000 บาท ยังคงเป็นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จึงยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และดูแลห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แทนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มาโดยตลอด อันเป็นการถือหุ้นของรัฐมนตรี ที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางใด ๆ ซึ่งเป็นการกระทําอันเป็นการต้องห้าม ตามรัฐธรรม นูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 187 ดังนั้น ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม จึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรม นูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ทั้งนี้ การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งพ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมัยที่ 2) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 นายศักดิ์สยาม  ได้ยื่นหนังสือชี้แจงกรณีที่ไม่ได้แสดงรายการเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า นาย ศ. โต้แย้งความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และไม่ยินยอมปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคัดค้านไม่ให้นายศักดิ์สยาม  ระบุรายการทรัพย์สิน ดังกล่าวในแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งนายศักดิ์สยาม  ได้ยื่นฟ้องนาย ศ. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ขอให้กระทําการตามคําสั่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ศาลบังคับให้นาย ศ. โอนสิทธิ เงินลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จํานวน 119,500,000 บาท ให้แก่นายศักดิ์สยาม  และให้นาย ศ. ดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหุ้นส่วนผู้จัดการ โดยให้นาย ศ. ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัด ความรับผิดและหุ้นส่วน และให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าไปเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัดความรับผิดและหุ้นส่วน แทนนาย ศ. 

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 นายศักดิ์สยาม  และนาย ศ. ได้ทําสัญญาประนี ประนอมยอมความต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่ติดใจให้นาย ศ. โอนสิทธิเงินลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จํานวน 119,500,000 บาท อีกต่อไป และยอมรับว่านาย ศ. เป็นผู้ซื้อหุ้นและเป็นผู้มีสิทธิในการถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จํานวน 119,500,000 บาท โดยเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จํากัด และนาย ศ. ยังคงเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งรายการจดทะเบียนของห้าง ณ วันที่ทําสัญญา ประนีประนอมยอมความ เป็นของนาย ศ. ตามที่ได้จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และนายศักดิ์สยาม  ยอมรับว่าได้ขายหุ้นให้แก่นาย ศ. ดังนั้น นาย ศ. จึงเป็นผู้มีสิทธิในการดําเนินธุรกิจและบริหารกิจการของห้างหุ้นส่วนจ ากัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยุติข้อพิพาท นาย ศ. ตกลงจะรับซื้อที่ดินของนายศักดิ์สยาม เป็นการตอบแทน โดยนายศักดิ์สยาม  ตกลงจะขายที่ดินทั้งหมดจํานวน 19 แปลง เนื้อที่รวม 323 ไร่ 373 ตารางวา ให้แก่นาย ศ. แบบเหมายกแปลงราคาเฉลี่ยไร่ละ 159,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จํานวน 51,505,267.50 บาท โดยนาย ศ. ตกลง ชําระเงินให้แก่นายศักดิ์สยาม  ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 และนายศักดิ์สยาม  ตกลงดําเนินการจดทะเบียนโอนกรรม สิทธิ์ที่ดินทั้งหมดให้แก่นาย ศ. ภายใน วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 อีกทั้ง นายศักดิ์สยาม  และนาย ศ. ไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดต่อกัน และไม่ติดใจดําเนินคดีใดๆ ทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อกันอีก  ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคําพิพากษาตามยอม โดยเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย จึงพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 นายศักดิ์สยาม  ได้มีหนังสือขอปรับปรุงบัญชีทรัพย์ สินและหนี้สิน ให้เป็นปัจจุบัน (ทุกบัญชี) และยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงรายการที่ดินที่ขายและโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินให้กับนาย ศ. ตามคําพิพากษาตามยอมที่มีการชําระเงินค่าที่ดินให้แก่นายศักดิ์สยาม  รวมจํานวน 51,505,267.50 บาท จากเอกสารหลักฐานทางทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่า นายศักดิ์สยาม  ได้โอนเงินลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จํานวน 119,499,000 บาท ให้แก่นาย ศ. เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 และจดทะเบียนเปลี่ยน แปลงห้างหุ้นส่วน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นการดําเนินการก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 โดยนายศักดิ์สยาม  และนาย ศ. ได้ซื้อขายสิทธิเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และชําระเงิน เสร็จสิ้น รวมทั้งได้เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทางทะเบียนแล้ว ก่อนที่นายศักดิ์สยาม  จะมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในทุกตําแหน่ง ต่อมาเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม  สิ้นสุดลง เนื่องจากนายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจ ากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้น และดูแลห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แทนนายศักดิ์สยาม จึงได้ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอให้นาย ศ. โอนสิทธิเงินลงทุนในหุ้นของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น คืนให้กับนายศักดิ์สยาม และให้นาย ศ. ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัด และหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แต่นาย ศ. เพิกเฉย นายศักดิ์สยาม จึงได้ มีการนําคดีมาฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี อันเป็นที่มาของคําพิพากษาตามยอมดังกล่าว และเป็นการดํา เนินการให้เป็นไปตามคําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ในการแสดงสิทธิเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เพื่อติดตามและดําเนินคดีให้ได้สิทธิคืนมา 

ประกอบกับหลังจากมีการซื้อขาย และโอนเงินลงหุ้นระหว่างนายศักดิ์สยาม กับนาย ศ. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 หลักฐาน ทางทะเบียนยังปรากฏชื่อนาย ศ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการอยู่ โดยยังไม่มีการจดทะเบียนแก้ไข และไม่ปรากฏพยานหลักฐานหรือปรากฏพฤติการณ์อื่นว่า ภายหลังจากที่นายศักดิ์สยาม โอนเงินลงหุ้นให้นาย ศ. แล้ว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้เข้าไปบริหารกิจการหรือเกี่ยวข้องกับการดําเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แต่อย่างใด ส่วนนาย ศ. เมื่อซื้อสิทธิเงินลงหุ้นมาแล้ว ยังแสดงตนเป็นเจ้าของหุ้น ในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และไม่ยอมโอนคืนเงินลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ให้แก่นายศักดิ์สยาม ทําให้นายศักดิ์สยาม  ต้องไปดําเนินการฟ้องร้องต่อศาลจนกระทั่งประนีประนอมยอมความกัน อีกทั้ง เมื่อดําเนินการทางกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว นายศักดิ์สยาม ได้ขอปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยแจ้งข้อเท็จจริงและแสดงเอกสารหลักฐานการซื้อขายที่ดิน และการชําระเงินค่าที่ดินเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. 

ดังนั้น จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าใจว่าตนได้มีการโอนหุ้นดังกล่าวไปโดยชอบ เนื่องจากมีการจดทะเบียนโอนหุ้น และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าไปด าเนินการใด ๆ ภายหลังจากมีการโอนหุ้นแล้ว จึงไม่ได้แสดง หุ้นดังกล่าวไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ประกอบกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ดําเนินการตามคําพิพากษา ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย และได้มีการแจ้งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ของรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 แล้ว เห็นว่า รายการทรัพย์สินและหนี้สินที่แสดงถูกต้องและมีอยู่จริง ผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ไม่ปรากฏว่าผิดปกติ จึงให้จัดทําผลการตรวจสอบแล้วเปิดเผยให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 111 ทั้งนี้ จํากข้อเท็จจริงข้ํางต้น กรณีที่นํายศักดิ์สยําม ชิดชอบ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยไม่ปรากฏนําเงินลงทุนที่เป็นหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จึงยังฟังไม่ได้วาเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทรําบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น 

และข้อเท็จจริงดังกล่าวที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยและมีมติ เป็นข้อเท็จจริงคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ประกอบกับคณะกรรมกําร ป.ป.ช. ได้นําคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยแล้ว ดังนั้น มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไม่ขัดหรือแย้งกับคําวินิจฉัยของศําลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศําลรัฐธรรมนูญ ได้มีคําําวินิจฉัยภายหลังจากที่นายศักดิ์สยําม ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว 2. กรณี มีหนังสือร้องเรียนนายศักดิ์สยาม  เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม กรณีเข้าไปมีส่วนได้เสียในห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และยังคงไว้ ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน และใช้อํานาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ห้างดังกล่าว และนิติบุคคล ที่เป็นพวกพ้องของตนได้เข้าทําสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท อันเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ กํากับดูแล 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ได้ดําเนินการรวบรวมพยานหลักฐานโดยการสอบปากคําพยานบุคคล จ านวน 25 ปาก และขอทราบข้อเท็จจริงจากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และธนาคาร ทหารไทยธนชาต จําากัด (มหาชน) รวมถึงคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 แล้ว เห็นว่า การที่ศาลรับฟัง ข้อเท็จจริงว่านายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองและดูแล ห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แทนนายศักดิ์สยาม มาโดยตลอดเท่านั้น โดยยังมีปัญหาเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนในการถือหุ้นของนายศักดิ์สยาม  ที่อาจเข้าลักษณะของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ ดังนั้น การที่นาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นและดูแลบริหารจัดการ ห้างดังกล่าว และทําสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ได้ใช้อํานาจหน้าที่โดยตรงหรือสามารถใช้อํานาจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้างในการดําเนินกิจการที่เป็นคู่สัญญา รวมถึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าแทรกแซง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใด ประกอบกับวงเงินอนุมัติในการจัดซื้อ จัดจ้างเป็นอํานาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่อยู่ในอํานาจของรัฐมนตรี และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ใช้อํานาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหรือมีการสมยอมกันเสนอราคาของกลุ่มเอกชนในการเข้าเสนอราคากับกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทแต่อย่างใด

และจากการ ตรวจสอบข้อมูลการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ก่อนที่ นายศักดิ์สยาม ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือ วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และในระหว่างที่นายศักดิ์สยาม ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จนถึงวันที่ 3 มีนาคม 2566 ห้างหุ้นส่วนจําากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ได้เข้าเป็นคู่สัญญา เฉลี่ยปีละ 27 สัญญา ซึ่งเห็นว่า ไม่ได้มีจํานวนเพิ่มมากขึ้นจนผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดํารงต ําแหน่ง แต่ประการใด ซึ่งจากการสอบปากคําพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ความว่า ในการเข้าประกวดราคากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปี 2562 ถึง 2566 นั้น เป็นเรื่องของการเสนอราคาและแข่งขันราคา ในการเสนองานของทางราชการตามปกติ และเสนอราคาผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย วิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding โดยไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อ านาจในตําแหน่งของนายศักดิ์สยาม ทั้งในทางตรงหรือทางอ้อมรวมถึงการกระทําที่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ แต่อย่างใด 

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีงบดุล กําไร ขาดทุน ที่มีการเปลี่ยนแปลงของห้างหุ้นส่วนจําากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เห็นว่า ห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เริ่มมีผลกําไรที่มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี ในปี 2559 ซึ่งจากข้อมูลการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น นั้น ปรากฏว่า ในปี 2558 มีการจดทะเบียนเพิ่มเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ ทําให้สินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอน สตรัคชั่น เพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาทเศษ ในปี 2557 เป็น 147 ล้านบาทเศษ ในปี 2558 ซึ่งเป็นเวลา ก่อนที่นายศักดิ์สยาม เข้ารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงประมาณ 5 รอบปีบัญชี จึงไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อํานาจในตําแหน่งหน้าที่ของนายศักดิ์สยาม  อีกทั้ง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเอกสารจากสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ไม่ปรากฏข้อร้องเรียนว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนิติบุคคลอื่น ที่ชนะการเสนอราคา และได้เข้าทําสัญญากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปีงบประมาณ 2562 ถึง 2566 นายศักดิ์สยาม  เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ได้มีการแทรกแซง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูล ให้รับฟังว่าการกระท ําของนายศักดิ์สยาม ได้มีการใช้อํานาจในตําแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด 3. สําหรับคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง นั้น เป็นการร้องเรียนเข้ามาในประเด็นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดําเนินการตรวจสอบเบื้องต้น จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน 

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

สภาผู้บริโภค ฟ้อง FB-Apple-LINE คดีประวัติศาสตร์! ฐานปล่อยโกงออนไลน์

8 มิ.ย. 2569 13:43 125 views

ข่าว

"ชัชชาติ"โชว์ป้ายหาเสียงสุดอาร์ต เปลี่ยนจอ LED เป็นสวนดอกไม้ ไม่ขวางทางเท้า

8 มิ.ย. 2569 13:19 104 views

ข่าว

"รัฐ"กู้วิกฤตกุ้ง! เปิดตลาดจีนแทนมาเลเซีย เปิด 13 แผนกู้วิกฤตกุ้ง รับได้ 400 ตัน/เดือน

8 มิ.ย. 2569 11:35 111 views

ข่าว

ระทึกไฟไหม้ย่านปทุมวัน ! เจ็บ 3 ราย ล่าสุด คุมเพลิงได้แล้ว ตร.เร่งสาเหตุ

8 มิ.ย. 2569 11:29 740 views

ข่าว

ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการ CASH OUT ตัดวงจรเครือข่ายสแกมเมอร์ ฟอกเงินผ่านการซื้อสินค้าจากห้างดัง

8 มิ.ย. 2569 11:24 88 views

ข่าว

รมช.ดีอี โต้ปมโฆษณา TH-AI ร้านสะดวกซื้อ "นันทนา" ขยี้ งบ 621 ล้าน คุ้มจริงหรือ?

8 มิ.ย. 2569 11:19 105 views

ข่าว

นายกฯ เดินทางถึงฮานอย เริ่มภารกิจเยือนเวียดนาม

8 มิ.ย. 2569 10:59 127 views

ข่าว

สางปมคน-ช้างป่านครนายก "สว.อังกูร"กางแผน 20 ปี ดันคนปลอดภัยช้างป่าอยู่รอด

8 มิ.ย. 2569 10:36 97 views

ข่าว

"กรมที่ดิน"แจงเหตุไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง โบ้ยหลักฐาน รฟท. ไม่ชัด 995 แปลง

8 มิ.ย. 2569 10:30 136 views

ข่าว

ปคบ.ลุย 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทลายเครือข่ายค้าบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติ

8 มิ.ย. 2569 10:20 86 views

ข่าว

ราคาทองวันนี้ 8 มิ.ย. 69

8 มิ.ย. 2569 09:37 97 views

ข่าว

ราคาน้ํามันวันนี้ 8 มิ.ย. 69

8 มิ.ย. 2569 09:33 83 views

ข่าว

รัฐบาลโชว์ผลงาน 7 วันแรกไทยช่วยไทยกวาด 1.6 หมื่นล้าน! ดีเดย์ มิ.ย. หั่นค่าไฟบ้านเหลือ 3 บาท

8 มิ.ย. 2569 09:05 136 views

ข่าว

รัฐบาลจับมือ อปท. ลุยตรวจสายตาเด็กไทย เผย 7 เดือนแรกแจกแว่นฟรีทะลุ 1.4 หมื่นคน

8 มิ.ย. 2569 09:04 104 views

ข่าว

คลังรื้อเกณฑ์ด่วน! นายกฯ สั่งเคลียร์ปมลูกสวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทําพ่อแม่หลุด "บัตรคนจน" ขู่ตัดพวกไม่จนจริง

8 มิ.ย. 2569 08:59 175 views

ข่าว

แผ่นดินไหวใหญ่เขย่ามินดาเนา จับตาสึนามิ

8 มิ.ย. 2569 08:36 279 views