วันนี้ (10 มีนาคม 2569) นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมระบบจําหน่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในรอบปี โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 MEA มีจํานวนผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการรวมทั้งสิ้น 4,418,726 ราย ทั้งนี้ MEA คาดการณ์ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand) ในปี 2569 ไว้ที่ 9,572 เมกะวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าสูงสุดของปี 2568 เท่ากับ 224 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.39 โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ในด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้านั้น MEA ได้เตรียมพร้อมนวัตกรรมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ MEA Smart Metro Grid เพื่อรับมือทุกการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบจําหน่ายให้มั่นคงและจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น พร้อมทั้งประเมินและเฝ้าระวังการทํางานของหม้อแปลงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อแจ้งเตือนและป้องกันเหตุไฟฟ้าขัดข้องล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการบํารุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยดําเนินการตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบจําหน่ายที่ครบอายุการใช้งานหรือเสื่อมสภาพ เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้พร้อมจ่ายไฟอย่างเต็มกําลัง นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนที่มักเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง MEA ได้ให้ความสําคัญสูงสุดกับการรักษาความมั่นคงของระบบโครงข่ายและการกู้ระบบที่รวดเร็วเพื่อลดผลกระทบไฟดับ หากเกิดเหตุขัดข้องจากพายุฤดูร้อน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจะช่วยส่งข้อมูลและวิเคราะห์จุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยํา ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถลงพื้นที่แก้ไขและจ่ายไฟกลับคืนสู่ปกติได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้ยกระดับความสะดวกให้ประชาชนจัดการเรื่องไฟฟ้าครบจบในแอปเดียว ผ่าน MEA Smart Life Application ทั้งการตรวจสอบ เช็กยอด และชําระค่าไฟฟ้า รวมถึงเป็นช่องทางสําคัญในการแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนพบเหตุไฟตก ไฟดับ หรือสายไฟชํารุดอันเกิดจากพายุฤดูร้อน ก็สามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดําเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าตลอดช่วงฤดูร้อนนี้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูร้อนที่มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น MEA ขอแนะนําให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงานผ่านหลัก “ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน - ปลูก” ได้แก่ การปิดไฟที่ไม่ใช้ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียสพร้อมเปิดพัดลมควบคู่ ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน เปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและหลอดไฟ LED รวมถึงการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างร่มเงา ตลอดจนขอให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง และหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงฤดูร้อน MEA ได้ดําเนินโครงการ "ประชาสุขใจ ค่าไฟยืดชําระ" ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 โดยได้กําหนดคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิคือ ประชาชนที่มียอดค่าไฟฟ้าไม่เกิน 300 บาทต่อเดือน จะได้รับการขยายระยะเวลาชําระค่าไฟฟ้าเป็น 3 เดือน ซึ่งจากผลการดําเนินงานล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีประชาชนได้รับการขยายระยะเวลาชําระค่าไฟเฉลี่ยถึงเดือนละ 914,854 ราย คิดเป็นจํานวนเงินค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 105.47 ล้านบาท โดยหากรวมยอดผู้ได้รับสิทธิ์ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 และมกราคม 2569 จะมีจํานวนผู้ได้รับสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 1,829,708 ราย คิดเป็นมูลค่าที่ MEA ได้ช่วยเหลือเพื่อเสริมสภาพคล่องไปแล้วรวมกว่า 210.93 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการดําเนินการตามมติภาครัฐในการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเรียกเก็บสําหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 ลงมาอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้ที่ Line: MEA Connect (@MEAthailand) สัญลักษณ์โล่สีเขียวนําหน้าชื่อบัญชีทางการ เลือกเมนู ติดต่อ MEA Call Center Online 1130 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง และติดตามข่าวสารงานบริการของ MEA ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th
#ไฟฟ้าหน้าร้อน #ประหยัดไฟ #SmartMetroGrid #ไฟฟ้าปลอดภัย #MEAsaving #พลังดีดีที่รู้สึกได้ทุกวัน #MEA #การไฟฟ้านครหลวง #พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร
#tv5hd #tv5hdOnline










