ขณะที่ “บุ๋ม” ร่างกายแข็งแรง แต่ยังเป็นห่วงลูกและแม่ ส่วน “ก๊อต” แจ้งมีโรคประจำตัวเป็นเก๊าต์และโรคไต เจ้าหน้าที่ให้กักโรคผู้ต้องขังใหม่ 5 วันตามมาตรการ

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ทีมโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง เกี่ยวกับการควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” และนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต” สองผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี หลังพนักงานสอบสวนส่งตัวฝากขังต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  โดยบุ๋มไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล ส่วนก๊อตยื่นขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 1 ล้านบาท แต่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รับตัวทั้งคู่เข้าสู่เรือนจำในช่วงเย็นวันเดียวกัน 

ทัณฑสถานหญิงกลางรับตัวบุ๋ม ปนัดดา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 17.00 น. โดยศาลอนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนรับผู้ต้องขังใหม่ ทั้งการจัดทำประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจโดยพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์  ผลการตรวจแรกรับพบว่า บุ๋มมีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว สภาพจิตใจโดยรวมปกติ แต่มีความกังวลเกี่ยวกับลูกและแม่ที่อยู่ภายนอกเรือนจำ  สำหรับอาหารมื้อเย็น เจ้าหน้าที่จัดแกงจืดวุ้นเส้นและไข่ต้มให้รับประทาน ซึ่งบุ๋มสามารถรับประทานได้ตามปกติ และยังไม่ได้ร้องขอสิ่งของหรือความช่วยเหลือเป็นพิเศษ  หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนแรกรับ เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าสู่แดนระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อดำเนินการกักโรคตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อของทัณฑสถาน

รูปภาพบทความ

ด้านนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต” ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยพยาบาลเวรตรวจสุขภาพแรกรับ พบว่ารู้สึกตัวดี สามารถสื่อสารและช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ  ก๊อตแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเก๊าต์และโรคไต โดยระบุว่าเข้ารับการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลสุขุมวิทมาประมาณ 3 ปี และเคยเข้ารับการผ่าตัดเย็บเอ็นบริเวณต้นแขนขวา

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวเข้าสู่แดน 2 หรือแดนแรกรับ เพื่อกักโรคผู้ต้องขังใหม่เป็นเวลา 5 วัน ตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อ กรมราชทัณฑ์ระบุว่า จากการติดตามความเป็นอยู่คืนแรก ทั้งบุ๋มและก๊อตสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำได้ นอนหลับได้ตามปกติ ยังไม่พบภาวะความเครียดสูงหรือความวิตกกังวลรุนแรง และไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือเป็นพิเศษ  ทั้งสองคนจะอยู่ภายใต้มาตรการกักโรคผู้ต้องขังใหม่เป็นเวลา 5 วัน โดยระหว่างนี้ทนายความสามารถติดต่อเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ตามระเบียบ ส่วนการเยี่ยมญาติจะดำเนินการได้ภายหลังครบระยะเวลากักโรค และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของเรือนจำ