วันที่ 4 พ.ย.69 - หลายรัฐในสหรัฐเริ่มทยอยปิดหีบเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อค่ำวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายนตามเวลาไทย ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครตเพื่อชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรส โดยมีปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจของผู้ลงคะแนน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า มีผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งที่หน่วยเลือกตั้งและทางไปรษณีย์มากกว่า 59 ล้านคน ตามการวิเคราะห์ข้อมูลของเอพี เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2565 ขณะที่ผลคะแนนจะกำหนดอำนาจของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงสองปีที่เหลือของวาระ หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของรัฐอินเดียนาและเคนทักกีเริ่มปิดหีบเวลา 06.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายนตามเวลาไทย ส่วนพื้นที่ที่อยู่ต่างเขตเวลาภายในสองรัฐปิดหีบภายหลัง ก่อนรัฐอื่นจะทยอยสิ้นสุดการลงคะแนนตามกำหนดของแต่ละพื้นที่
การเลือกตั้งครั้งนี้มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรให้ชิงชัยทั้งหมด 435 ที่นั่ง โดยต้องได้อย่างน้อย 218 ที่นั่งเพื่อครองเสียงข้างมาก ส่วนวุฒิสภาเลือกตั้ง 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งที่รีพับลิกันครองอยู่ 22 ที่นั่ง และเดโมแครต 13 ที่นั่ง ก่อนเลือกตั้ง รีพับลิกันมีเสียงในวุฒิสภา 53 ที่นั่ง ขณะที่เดโมแครตและสมาชิกอิสระที่ร่วมกลุ่มกันมี 47 ที่นั่ง ทำให้ฝ่ายเดโมแครตต้องเพิ่มที่นั่งสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่ง เพื่อขึ้นไปถึง 51 เสียง หากเสมอกัน 50 ต่อ 50 รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ สามารถลงคะแนนชี้ขาดได้
ข้อมูลสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังเป็นภาระต่อครัวเรือน นอกเหนือจากประเด็นผู้อพยพ นโยบายภาษี และความขัดแย้งกับอิหร่านที่อยู่ในความสนใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากเดโมแครตกลับมาควบคุมสภาใดสภาหนึ่งได้ จะมีอำนาจเพิ่มขึ้นในการตรวจสอบรัฐบาลและต่อรองการผ่านกฎหมาย ขณะที่รีพับลิกันต้องการรักษาเสียงข้างมากเพื่อเดินหน้านโยบายของทรัมป์ต่อไป โดยต้องรอผลนับคะแนนในเขตแข่งขันสูสีก่อนสรุปว่าฝ่ายใดจะครองสภา
Cr.AP





