"ปกรณ์" ยันยึดกฎหมายไม่เกี่ยวการเมือง! โต้ข่าวเอื้อ "ทักษิณ" เข้า พ.ร.บ.สันติสุข ย้ำทำงานตรงไปตรงมา ยึดมิติกฎหมายไม่ใช่มิติการเมือง ปัดตอบเข้าเกณฑ์หรือไม่ขอรออนุกรรมการกลั่นกรอง

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอเข้าเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่า ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับรายงานจากคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองฯ แต่อย่างใด เนื่องจากขั้นตอนการทำงานตามปกติ ฝ่ายเลขานุการ ซึ่งมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เป็นผู้รวบรวมเอกสารคำร้องทั้งหมด จะส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองก่อน และเมื่อคณะอนุกรรมการฯ มีมติหรือคำวินิจฉัยอย่างไร จึงจะส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งคณะกรรมการชุดใหญ่มีอำนาจที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากคณะอนุกรรมการฯ ได้

นายปกรณ์ ยืนยันว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารหรือรายละเอียดคำร้องของนายทักษิณ รวมถึงผู้ร้องคนอื่นๆ และไม่ได้มีการดูข้อมูลนอกรอบ มีเพียงการติดตามจากกระแสข่าวเท่านั้น จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่ากรณีของนายทักษิณที่อ้างว่าคดีเกิดจากผลพวงของการรัฐประหารนั้นจะเข้าเกณฑ์หรือไม่

ย้ำชัดคดี ม.112 และคดีทุจริต หลุดเงื่อนไขนิรโทษกรรม

นายปกรณ์ กล่าวว่า ตัวพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีการระบุเงื่อนไขไว้อย่างรัดกุมว่า คดีเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และคดีเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน จะไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับการพิจารณาตาม พ.ร.บ. นี้อย่างแน่นอน

ส่วนประเด็นที่ว่าหากมีชื่อของนายทักษิณเข้ามา จะทำให้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนเองทำงานตรงไปตรงมา มองในมิติกฎหมายเป็นหลัก ไม่ใช่มิติทางการเมือง และไม่มีใครมาสั่งการหรือบอกอะไรได้ ทุกคนและสื่อมวลชนต่างจับตาการทำงานอยู่ ดังนั้นใครก็ไม่กล้าทำผิดกฎหมาย สำหรับการยื่นคำร้องถือเป็นสิทธิ์ของบุคคลที่คิดว่าตนเองเข้าเงื่อนไขสามารถยื่นเข้ามาได้โดยไม่มีความผิด ซึ่งคณะกรรมการฯ ก็จะพิจารณาวินิจฉัยไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงต่อไป