หลายประเทศยุโรปเผชิญเหตุโจมตีระบบทำความเย็นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ส่งผลให้อุณหภูมิตู้เย็นและตู้แช่แข็งสูงขึ้น จนร้านค้าต้องทิ้งอาหารหรือถอนสินค้าบางส่วนออกจากการจำหน่าย โดยผู้จัดการร้าน ICA แห่งหนึ่งในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระบุว่า ตู้แช่แข็งภายในร้านมีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้จัดการร้านดังกล่าวเปิดเผยว่า เหตุเกิดตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่กว่าจะตรวจพบก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ทำให้สินค้าในตู้แช่เสียหาย ขณะที่ ICA ยืนยันว่าร้านค้าจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบต่อระบบตู้เย็นและตู้แช่แข็ง

ด้าน Coop แจ้งข้อมูลล่าสุดว่า มีร้านค้าได้รับผลกระทบ 7 แห่ง จากประมาณ 800 แห่งในสวีเดน โดยพบการแทรกแซงระบบทำความเย็นโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับเพิ่มจากรายงานเบื้องต้นที่ระบุ 6 แห่ง

ในเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก เครือ Ahold Delhaize รายงานเหตุขัดข้องด้านไอทีที่กระทบระบบทำความเย็นของร้านค้าหลายสิบแห่ง ส่วน Colruyt Group ยืนยันว่าร้านค้าในเบลเยียม 5 แห่งถูกโจมตีระบบตู้เย็น นอกจากนี้ อิเกียระบุว่ามีสาขาในเบลเยียมได้รับผลกระทบอย่างน้อย 1 แห่ง

เหตุลักษณะเดียวกันยังเกิดกับร้าน SuperValu ในไอร์แลนด์ 13 แห่ง โดยบริษัท Musgrave ผู้ดำเนินธุรกิจนำสินค้าแช่เย็นและแช่แข็งบางส่วนออกจากการจำหน่าย ขณะที่ Carrefour รายงานว่าร้านค้าในเบลเยียมได้รับผลกระทบ 15 แห่ง

ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสวีเดนระบุว่า กำลังรับมือเหตุที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็นของร้านค้าหลายแห่งทั่วประเทศ ส่วนเบลเยียมเปิดการสอบสวนแล้ว โดยยังไม่มีข้อยืนยันว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตี

เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการโจมตีระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งทำให้อาหารเสียหายและเกิดไฟไหม้บางแห่ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้ใดอ้างความรับผิดชอบ และรอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการโจมตีสองระลอกมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่

Cr.TT News Agency / AP

Article Image