วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ 4 (287/2569) โดยเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 5-9 พฤศจิกายน 2569 เนื่องจากมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นและอาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

รูปภาพบทความ

 

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรกคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนที่สภาพอากาศแปรปรวนจะส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป

สำหรับสภาพอากาศดังกล่าว อาจก่อให้เกิดอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และบริเวณป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากลมกระโชกแรงและฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้

ขณะที่ในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2569 บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปริมาณฝนสะสมจำนวนมากในบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในภาคใต้เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนการเดินทางและการดำเนินชีวิตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับสาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวนครั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า เกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

การแผ่ลงมาของมวลอากาศเย็นดังกล่าว จะส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยตอนบนเกิดสภาพอากาศแปรปรวน ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงเวลาที่ประกาศเตือน

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมในทะเล กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง จะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่วงดังกล่าว

จึงขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อลดความเสี่ยงจากคลื่นลมแรงและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ 
ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา 
นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส  
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี 
ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา 
ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 
บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส 

รูปภาพบทความ