วันที่ 31 ตุลาคม 2569 น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” พร้อมตัวแทนผู้บริจาค เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หลังร้องเรียนให้ตรวจสอบการดำเนินงานและเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธานมูลนิธิ 

ออยศรีระบุว่า จากข้อมูลที่รวบรวมพบข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีรับบริจาค 3 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีชื่อมูลนิธิ 1 บัญชี และบัญชีที่มีชื่อบุคคลอีก 2 บัญชี จึงต้องการให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่าการรับเงินและการนำเงินไปใช้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายการโอนเงินไปยัง “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต และการโอนเงินต่อไปยังบัญชีของสามีประธานมูลนิธิ โดยขอให้ตรวจสอบที่มาของเงิน วัตถุประสงค์การโอน และผู้มีอำนาจอนุมัติรายการดังกล่าว
จี้สอบการเบิกจ่ายเกิน 5 แสนบาท ต้องมีมติกรรมการหรือไม่  

อีกประเด็นที่ผู้ร้องเรียนต้องการให้ตรวจสอบ คือการเบิกจ่ายเงินมูลค่าเกิน 500,000 บาท ซึ่งอ้างว่าตามข้อบังคับมูลนิธิจะต้องมีมติที่ประชุมกรรมการรองรับก่อนดำเนินการ  จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบเอกสารการอนุมัติ รายงานการประชุม และหลักฐานการใช้จ่าย เพื่อพิสูจน์ว่ารายการเงินที่ถูกตั้งข้อสงสัยเป็นไปตามระเบียบและวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่ 

ด้านตัวแทนผู้ร้องเรียนระบุว่า คณะกรรมการบางส่วนยังไม่ได้รับทราบงบการเงินประจำปี 2567 และ 2568 จึงต้องการให้ตรวจสอบการจัดทำและการนำเสนองบการเงิน รวมถึงความครบถ้วนของเอกสารที่เกี่ยวข้อง  ส่วนกรณีกรรมการมูลนิธิบางรายลาออก ผู้ร้องเรียนเห็นว่า การลาออกไม่ทำให้ความรับผิดจากการกระทำที่อาจเกิดขึ้นในช่วงดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ความรับผิดของแต่ละบุคคลต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง อำนาจหน้าที่ และพยานหลักฐานตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ บุ๋ม ปนัดดา ชี้แจงกรณีบัญชีรับบริจาคว่า บัญชีเดิมเปิดใช้งานก่อนจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ต่อมาเมื่อจดทะเบียนแล้วจึงเปิดบัญชีในชื่อมูลนิธิ โดยข้อมูลบัญชีเดิมบางส่วนยังคงปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าเงินบริจาคเป็นเงินของมูลนิธิ ไม่ใช่เงินส่วนตัว 

ขณะที่ “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมา เคยชี้แจงว่า เงินที่ได้รับมีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าก่อสร้างพูลวิลล่าและส่วนที่มีการโอนกลับตามคำขอ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินทอนจากการก่อสร้าง  ทั้งนี้ ข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีรับบริจาคและเส้นทางการเงินยังต้องรอการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย