วันที่ 31 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ Early Retirement หลังคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีมติเห็นชอบในหลักการ กำหนดกรอบดำเนินมาตรการเป็นเวลา 5 ปี เริ่มให้ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2570 เป็นต้นไป พร้อมเสนอแนวทางจ่ายเงินก้อน 8–18 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่งตามอายุราชการที่เหลือ
สำนักงาน ก.พ.ระบุว่า ในการประชุม คปร. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ และมีมติเห็นชอบหลักการเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางบริหารกำลังคนภาครัฐ ก่อนปรับปรุงรายละเอียดและนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
กำหนดกรอบ 5 ปี เริ่มออกจากราชการ 1 ตุลาคม 2570
สาระสำคัญของมาตรการคือการกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี โดยผู้เข้าร่วมมาตรการสามารถเริ่มออกจากราชการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีกำหนดเกษียณอายุราชการตามปกติตั้งแต่สิ้นปีงบประมาณ 2571 เป็นต้นไป ส่วนคุณสมบัติด้านอายุ ระยะเวลารับราชการ และเงื่อนไขการสมัครยังต้องรอหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์
เปิดหลักการจ่ายเงินก้อน 8–18 เท่าของเงินเดือน
สำนักงาน ก.พ.เสนอให้ผู้เข้าร่วมมาตรการมีสิทธิได้รับเงินก้อนจำนวน 8–18 เท่า ของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง หากมี โดยจำนวนเงินที่จะได้รับขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือของแต่ละบุคคล
ตัวอย่างเช่น หากข้าราชการได้รับเงินเดือน 30,000 บาท และไม่มีเงินประจำตำแหน่ง เงินก้อนตามกรอบดังกล่าวจะอยู่ระหว่าง 240,000–540,000 บาท ทั้งนี้ เป็นเพียงตัวอย่างคำนวณตามอัตราเบื้องต้น ไม่ใช่การยืนยันสิทธิหรือจำนวนเงินที่จะได้รับจริง
ส่วนผู้ที่มีเงินประจำตำแหน่ง จะต้องนำเงินส่วนดังกล่าวมาคำนวณร่วมตามหลักเกณฑ์ที่ ครม.เห็นชอบในที่สุด
ยังไม่เปิดรับสมัคร รอสำนักงาน ก.พ.เสนอ ครม.
แม้ คปร.จะมีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ยังไม่ถือว่ามาตรการมีผลบังคับใช้ โดยสำนักงาน ก.พ.ได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงรายละเอียดบางประเด็นให้ครบถ้วน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว
ประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ คุณสมบัติผู้สมัคร วิธีคำนวณเงินก้อนตามอายุราชการที่เหลือ เงื่อนไขการเข้าร่วม และรายละเอียดสิทธิประโยชน์หลังออกจากราชการ
ข้าราชการที่สนใจจึงควรรอประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ และตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ.หรือหน่วยงานต้นสังกัดก่อนตัดสินใจ
ตั้งเป้าบริหารกำลังคนภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดเป็นหนึ่งในแนวทางปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ โดยมีเป้าหมายบริหารจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ว่า ภาครัฐมีแนวคิดลดจำนวนกำลังคนในระยะ 5 ปี ควบคู่กับการนำระบบดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ โดยโครงการระยะแรกมุ่งเน้นข้าราชการพลเรือนสามัญ
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดมาตรการทั้งหมด รวมถึงอัตราเงินชดเชยสุดท้าย ยังต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีและประกาศทางการของสำนักงาน ก.พ.





