เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ซึ่งนับเป็นพระราชพิธีสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่รวมเอาโบราณราชประเพณี ประณีตศิลป์ และภูมิปัญญาแห่งแผ่นดินไว้เป็นหนึ่งเดียว

📜 พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ บวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ เซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี
เบื้องหลังความงดงามตระการตาบนท้องน้ำ เริ่มต้นด้วยปฐมบทแห่งความศักดิ์สิทธิ์ตามแบบโบราณราชประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังพล โดย พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ยศในขณะนั้น) ได้เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี รวม ๑๔ ลำ
โดยเริ่มต้น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี บวงสรวงเรือพระที่นั่ง ๔ ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือรูปสัตว์ ๔ ลำ คือ เรือเอกชัยเหินหาว, เรือครุฑเหินเห็จ, เรือกระบี่ปราบเมืองมาร, เรืออสุรวายุภักษ์ ผ่านการประกอบพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เจิมเรือ ปิดทอง ผูกผ้าสี คล้องพวงมาลัย และโปรยข้าวตอกดอกไม้ พร้อมการรำบวงสรวง (ระบำกฤดาอวยพร) โดยกรมศิลปากร

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความรูปภาพบทความรูปภาพบทความ
รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความรูปภาพบทความรูปภาพบทความ

ก่อนจะเดินทางไปประกอบพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือรูปสัตว์อีก ๖ ลำ ณ แผนกเรือยนต์หลวง ท่าวาสุกรี ได้แก่ เรือเอกชัยหลาวทอง, เรือกระบี่ราญรอนราพณ์, เรือครุฑเตร็จไตรจักร, เรือพาลีรั้งทวีป, เรือสุครีพครองเมือง และ เรืออสุรปักษี ซึ่งพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางนี้เป็นความเชื่อแต่โบราณว่าเรือทุกลำมีสิงสถิตอยู่ คอยปกปักรักษาและคุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวง

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ
🔨 ผสานภูมิปัญญาพื้นบ้าน "ตอกหมันเรือ" สู่ประณีตศิลป์ช่างสยาม
ความสมบูรณ์แบบของเรือพระราชพิธี เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กองทัพเรือ, สำนักพระราชวัง และกรมศิลปากร โดยอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงด้วยภูมิปัญญาประมงพื้นบ้านที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน คือ "การตอกหมันเรือ" โดยนำด้ายดิบมาตอกเข้าไปบริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึม จากนั้นจึงใช้ชันยาเรือผสมน้ำมันยางยาแนวและทาทั่วบริเวณภายนอกลำเรือเพื่อป้องกันเพรียงกินไม้ เมื่อการซ่อมทำแล้วเสร็จจึงส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ดำเนินการประดับตกแต่งตัวเรือให้งดงามตระการตาก่อนอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ
🌊 ถ่ายทอดศาสตร์การพาย และกาพย์เห่เรืออันไพเราะก้องกังวาน
การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล กองทัพเรือได้คัดเลือกฝีพายอันเข้มแข็งรวม ๒,๒๐๐ นาย โดยเริ่มต้นจากการอบรมถ่ายทอดรูปแบบการพายที่ถูกต้องแก่นายเรือพระราชพิธี ๕๘ นาย และนายท้าย ๑๐๔ นาย เพื่อทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายก่อนนำไปฝึกพายในน้ำและการจัดรูปขบวน

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างท่วงทำนองอันพริ้วไหวและรักษารายจังหวะพาย คือ "กาพย์เห่เรือ" ซึ่งในครั้งนี้ประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยผู้เคยประพันธ์กาพย์เห่เรือในขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้วถึง ๗ ครั้ง

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความรูปภาพบทความรูปภาพบทความ

⚜️ วิจิตรอลังการ รูปขบวน ๕ ริ้ว ๓ สาย ๕๒ ลำ
การจัดรูปขบวนเรือพระราชพิธีความยาว ๑,๒๘๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ประกอบด้วยเรือพระราชพิธี ๕๒ ลำ แบ่งเป็น ๕ ริ้ว ๓ สาย ได้แก่:

• ริ้วสายกลาง (สายเรือพระที่นั่ง): ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ (เรือประทับพระราชอาสน์), เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช (เรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน), เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ (เรือพระที่นั่งรอง) ร่วมด้วยเรืออีเหลือง (เรือกลองนอก), เรือแตงโม (เรือกลองในของผู้บัญชาการขบวนเรือ), เรือตำรวจ และเรือแซง ๗


• ริ้วสายใน: ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง เริ่มด้วยเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น (เรือประตูหน้า), เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ (เรือพิฆาต), เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ (เรืออสุรวายุภักษ์, เรืออสุรปักษี, เรือกระบี่ปราบเมืองมาร, เรือกระบี่ราญรอนราพณ์, เรือครุฑเหินเห็จ, เรือครุฑเตร็จไตรจักร, เรือพาลีรั้งทวีป, เรือสุครีพครองเมือง) และปิดท้ายด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง (เรือคู่ชัก)

• ริ้วสายนอก: ประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ ๑๑ ลำ และเรือแซง สายละ ๓ ลำ ทำหน้าที่เป็นเกราะอารักขาขบวนเรือหลวง
🗓️ กำหนดการซ้อมย่อย ซ้อมใหญ่ และพระราชพิธีจริง
เพื่อให้การจัดขบวนเป็นไปด้วยความสง่างามเรียบร้อย กองทัพเรือกำหนดให้มีการซ้อมย่อยจำนวน ๑๐ ครั้ง ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และการซ้อมใหญ่จำนวน ๒ ครั้ง ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ก่อนจะถึงวันพระราชพิธีจริง ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

ประชาชนสามารถร่วมติดตามรับชมการฝึกซ้อมและร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ได้ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อสัมผัสความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมทางชลมารคหนึ่งเดียวในโลก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กองทัพเรือ Royal Thai Navy