วันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่าย ซึ่งมีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151
โดยกำหนดให้อภิปราย 4 วันเต็ม และลงมติอีก 1 วัน หรือ 4+1 วัน ถือเป็นข้อตกลงระหว่างข้อเสนอของฝ่ายค้านที่ต้องการ 5 วัน กับรัฐบาลที่เสนอ 3 วัน แบ่งเวลา 72 ชั่วโมง ฝ่ายค้านได้ 51 ชั่วโมง สำหรับกรอบเวลาอภิปรายรวม 72 ชั่วโมง ที่ประชุมกำหนดสัดส่วนดังนี้ ฝ่ายค้าน 51 ชั่วโมง สำหรับอภิปรายและตรวจสอบรัฐมนตรี , คณะรัฐมนตรี 17 ชั่วโมง สำหรับชี้แจงข้อกล่าวหา , ประธานสภา 4 ชั่วโมง สำหรับควบคุมการประชุม โดยกำหนดให้อภิปรายวันที่ 1–3 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 03.00 น. ของวันถัดไป ส่วนวันที่ 4 เริ่มเวลา 08.00 น. ถึง 23.00 น. ก่อนลงมติในวันที่ 5
นายพริษฐ์ระบุว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรจัดอภิปรายให้เร็วที่สุด โดยกรอบเวลาช้าสุดตามที่ ครม.เสนอ คือวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569 หากรัฐบาลสามารถจัดสรรภารกิจของรัฐมนตรีได้เร็วกว่านี้ ขอให้แจ้งกลับมายังสภา เพื่อพิจารณาขยับกำหนดการให้เร็วขึ้น
ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ข้อสรุปดังกล่าวเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย โดยเห็นว่าเวลาที่จัดสรรมีความเหมาะสม ทั้งสำหรับฝ่ายค้านในการอภิปรายตรวจสอบ และรัฐบาลในการชี้แจงข้อกล่าวหา
ส่วนการจัดสรรเวลาให้พรรคกล้าธรรม นายพริษฐ์เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านจะหารือกับพรรคกล้าธรรมอีกครั้ง หลังพรรคแสดงความประสงค์ขอใช้เวลาบางส่วนในการอภิปราย โดยมีกรอบเวลาที่กล่าวถึงเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ยังต้องตกลงรายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งนี้ ต้องพิจารณาทั้งสัดส่วนเวลาและเนื้อหาที่จะนำเสนอ เนื่องจากตามแนวปฏิบัติของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้อภิปรายควรเป็นผู้ร่วมเสนอญัตติและมีจุดยืนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย




