“ปิยะศิริ” เตรียมชงเรื่อง “ทักษิณ” ขอนิรโทษคดีการเมือง เข้า คกก.ชุดใหญ่ วอนอย่ามองแค่ชื่ออดีตนายกฯ มุ่งคืนความเป็นธรรมทุกฝ่าย เผย “ปกรณ์” สั่งเร่งพิจารณาตามกฎหมาย ยันให้ความสำคัญเท่าเทียมกันทุกกลุ่ม ทั้งผู้ต้องขังและเยาวชน ชี้ช่องอุทธรณ์ได้หากไม่พอใจผล

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรอง ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมล้างมลทินทางคดี ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ว่า เบื้องต้นทราบข้อมูลจากข่าวที่มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองมี 2 ชุด โดยชุดที่ตนเป็นประธานพร้อมพิจารณาทันทีหากเรื่องส่งมาถึง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจะมีการเรียกประชุมอนุกรรมการทันทีเพื่อความรวดเร็ว

นายปิยะศิริ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ปกติจัดขึ้นเดือนละครั้ง เพื่อกำหนดกรอบแนวทางที่ชัดเจน โดยหลักการของการนิรโทษกรรมจะเน้นกรณีเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองหรือการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดใหญ่ในการพิจารณาตีความ โดยยืนยันว่า ให้ความสำคัญกับผู้ยื่นคำร้องทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำ เยาวชน หรืออดีตนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วและต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แม้นักวิชาการจะมีความเห็นหลากหลาย แต่อนุกรรมการจะสรุปความเห็นและข้อชี้แจงทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมราชทัณฑ์ สรุปตัวเลขคดีทางการเมืองทั้งหมด ซึ่งพบว่าคดีส่วนใหญ่อยู่ในชั้นอัยการ ขณะที่ในส่วนของ DSI มีอยู่ 2 คดี

เมื่อถามถึงความกดดันในการพิจารณากรณีของนายทักษิณ นายปิยะศิริ ยืนยันว่า ขออย่ามองว่าเป็นใครหรือชื่ออะไร แต่ขอให้มองว่าทุกคนเป็นคนไทยที่ต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนผลการพิจารณาของคณะกรรมการถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายให้ชี้ขาดเป็นอันสิ้นสุด แต่หากผู้ยื่นเรื่องไม่พอใจผลการตัดสิน ก็ยังคงมีช่องทางตามกฎหมายในการยื่นอุทธรณ์ได้ตามขั้นตอน