“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะบอร์ด อีอีซี เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พาไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง จ่อถกแก้ปม “ไฮสปีด 3 สนามบิน-เมืองการบินอู่ตะเภา”กางวาระพิจารณา 5 เรื่องใหญ่ เผย ครม. ไฟเขียวตั้งเมืองใหม่อัจฉริยะชลบุรี 14,500 ไร่ พร้อมเปิดทางแพทย์ต่างชาติลงทุน ดันพื้นที่สู่ศูนย์กลางสุขภาพ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 3/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพัฒนาพื้นที่อีอีซีถือเป็นหัวใจสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติสนับสนุนโครงการสำคัญในพื้นที่อีอีซีหลายด้าน อาทิ การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก รวมถึงการอนุมัติให้สำนักงานอีอีซีเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. เนื้อที่ประมาณ 14,500 ไร่ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ธุรกิจอีอีซีและเมืองใหม่อัจฉริยะ

นอกจากนี้ ยังมีการออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากต่างประเทศ สามารถเข้ามาประกอบวิชาชีพในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 และการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง

นายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า การประชุม กพอ. ครั้งนี้ มีวาระเพื่อพิจารณาสำคัญรวม 5 เรื่อง โดยเน้นย้ำให้คณะกรรมการทุกคนร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมใช้ช่วงท้ายของการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาเมืองการบินอู่ตะเภา เพื่อนำข้อมูลมาใช้วางนโยบายและเร่งรัดการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว

Article Image