ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ย่านสังขะ สารภาพรับจ้างดูแลระบบจากแก๊งอรัญประเทศ
สืบภาค 3 ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บุกค้นบ้านย่านสังขะ รวบหนุ่มสุรินทร์คาของกลาง SIM Box2เครื่อง – ซิมผี 41 ซิม สารภาพรับจ้างดูแลระบบจากแก๊งอรัญประเทศ กินเงินเดือนดูแลสัญญาณ แฉประวัติแสบมีหมายจับโกงติดตัว
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต. ภพธร จิตต์หมั่น ผบก.สส.ภ.3 สั่งการ ชุดสืบสวนนำหมายค้นศาลจังหวัดสุรินทร์ เข้าบุกตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ หลังสืบทราบว่าถูกใช้เป็นสถานที่ติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชน
ทั้งนี้ จากการบูรณาการข้อมูลข่าวสารและการสืบสวนร่วมกันระหว่าง ชุดสืบสวน ภ.3, ชุดสืบสวน ภ.2, กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และทีมสืบสวนดิจิทัล ฝ่าย Prevention ธนาคารกรุงไทย ได้ร่วมกันแกะรอยข้อมูลทางเทคนิคและเส้นทางการเงินจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ (Thai Police Online)
พบความผิดปกติของสัญญาณโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับสถานีฐานในพื้นที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นและนำกำลังเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
จับกุมนายบัณฑิต อายุ 35 ปี พร้อมของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย อุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (SIM Box / GSM Gateway) 2 เครื่อ อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Router) 2 เครื่อง ชุดระบบจ่ายไฟสำรองและชุดควบคุม อย่างละ 1 ชุด ซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ค่าย AIS, TRUE, DTAC) รวม 41 ซิม โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด 3 เครื่อง
สอบสวนเบื้องต้น นายบัณฑิตรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยได้รับการติดต่อและรับอุปกรณ์ SIM Box พร้อมซิมการ์ดมาจากผู้ร่วมขบวนการในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนนำมาติดตั้งไว้ที่บ้านพักเพื่อทำหน้าที่รับจ้างดูแลระบบและกระจายสัญญาณให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติในระบบสารสนเทศตำรวจ พบว่า นายบัณฑิตเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน” ของ สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ อีกด้วย
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.ดม จ.สุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมนายทุนและผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาลงโทษต่อไป 





