วันที่ 24 ตุลาคม 2569 นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สำนักงานเขตดอนเมือง เพื่อติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมชี้แจงกรณีกรุงเทพมหานครไม่อยู่ในรายชื่อ 37 จังหวัดที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โอนเงินเยียวยาเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา
นางสาวทวิดาระบุว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่เดียวที่ต้องสมทบงบประมาณของตนเอง ทำให้มีกระบวนการเพิ่มเติมจากจังหวัดอื่น แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาขัดแย้งกับ ปภ. ขณะนี้ได้ดำเนินการอนุมัติและโอนเงินสมทบเข้าระบบธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว คาดว่าประชาชนจะเริ่มได้รับเงินเร็วที่สุดช่วงบ่ายวันที่ 24 ตุลาคม หรือภายใน 1–2 วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการโอนเงินของธนาคาร
สำหรับคำร้องที่ยื่นผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1 ล้านเคส กทม.แบ่งการพิจารณาออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มสีเขียว กรณีน้ำล้อมบ้าน มีข้อมูลประกอบการพิจารณาไม่ซับซ้อน
- กลุ่มสีเหลือง ประมาณ 600,000 เคส ต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีน้ำเข้าตัวบ้านและทรัพย์สินเสียหาย
- กลุ่มสีแดง ประมาณ 70,000–80,000 เคส ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ แต่ยังสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้
รองผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า คำร้องบางส่วนมีปัญหาการใช้ภาพถ่ายซ้ำ การยื่นคำขอหลายคนในบ้านหลังเดียวกัน และกรณีบ้านเช่าที่ต้องพิสูจน์ผู้พักอาศัยจริง จึงจำเป็นต้องขอหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อน
สำหรับกลุ่มที่เบื้องต้นไม่เข้าเกณฑ์ หากภายหลังตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ก็สามารถดำเนินการขอความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไปได้

ส่วนการขอรับความช่วยเหลือผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th มีคำร้องเกือบ 150,000 เคส ส่วนใหญ่เป็นการขอรับความช่วยเหลือด้านค่าดำรงชีพ โดยการประเมินความเสียหายต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐอย่างน้อย 2 คน และนายช่างร่วมตรวจสอบ พร้อมประเมินมูลค่าความเสียหายตามราคากลางทางราชการ ปัจจุบัน กทม.มีนายช่างในสังกัดประมาณ 600–700 คน แต่สามารถจัดสรรลงพื้นที่ได้ราว 500 คน เนื่องจากบางส่วนยังมีภารกิจอื่น โดยการตรวจบ้านแต่ละหลังใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขณะนี้มีคำร้องที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบมากกว่า 100,000 เคส กทม.จึงตั้งเป้าดำเนินการประเมินให้เสร็จภายในประมาณ 2 สัปดาห์ พร้อมเร่งจัดการคำร้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
นางสาวทวิดาขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งยื่นคำร้องและเอกสารประกอบผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ขณะเดียวกัน กทม.อยู่ระหว่างเสนอเรื่องต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขข้อบัญญัติให้สามารถนำงบประมาณของ กทม.มาใช้ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมสิ่งของและวัสดุที่ได้รับความเสียหาย ควบคู่กับงบประมาณจากรัฐบาล
ทั้งนี้ กทม.ขอให้ประชาชนยื่นข้อมูลตามข้อเท็จจริง ไม่ใช้ภาพถ่ายหรือเอกสารเท็จ และไม่แอบอ้างสิทธิผู้อื่น เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย
สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติแล้วแต่เงินยังไม่เข้า ควรตรวจสอบสถานะการจ่ายเงินและข้อมูลพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน ส่วนผู้ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิให้ติดตามคำร้องกับสำนักงานเขตที่รับผิดชอบ โดยการส่งเงินเข้าระบบธนาคารไม่ได้หมายความว่าทุกคำร้องจะได้รับเงินพร้อมกัน




