กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าขยายผลปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” เพื่อตรวจสอบเครือข่ายบุคคลและนิติบุคคลที่อาจมีพฤติการณ์ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” ในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายไทย รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 โดย DSI สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 10 หน่วยงาน อาทิ กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 3 จุดในกรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาล
ตรวจค้น 3 จุด สอบเส้นทางเงินและการถือครองอสังหาริมทรัพย์
สถานที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบประกอบด้วยมูลนิธิชาบาดในเขตพระนคร บริษัทที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตบางรัก และยิวสมาคมแห่งประเทศไทยในเขตคลองเตย
การตรวจค้นมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลและนิติบุคคล เส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของทรัพย์สิน ผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง รวมถึงความถูกต้องตามกฎหมายของการถือครองอสังหาริมทรัพย์
จากการตรวจสอบสถานที่บางแห่ง เจ้าหน้าที่พบเอกสารเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคล การรับเงินบริจาค การซื้อขายที่ดิน การก่อสร้างอาคาร การเสียภาษี และข้อมูลการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะนำไปวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การเข้าตรวจค้นและตรวจสอบเอกสารยังไม่ได้หมายความว่ามูลนิธิ สมาคม หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกระทำความผิดฐานใช้นอมินี โดยต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
พบข้อมูลใช้พาสปอร์ตประเทศเดิม หลังแปลงสัญชาติไทย
จากการขยายผล DSI พบข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว แต่ยังใช้หนังสือเดินทางของประเทศเดิมเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง
DSI เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องตรวจสอบตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการแปลงสัญชาติและเหตุแห่งการถอนสัญชาติไทย
กรณีดังกล่าวมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจชาวอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง เอกสารสัญชาติ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนพิจารณาดำเนินการ
DSI ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองพิจารณา
นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานให้กรมการปกครอง เพื่อพิจารณาตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยมีนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และนายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ DOPA N.I.C.E. Center เป็นผู้รับข้อมูล
การดำเนินการขั้นต่อไปเป็นหน้าที่ของกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อกฎหมาย รวมถึงพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนการเกี่ยวกับสถานะสัญชาติไทยหรือไม่
ย้ำตรวจสอบตามหลักฐาน ยังไม่มีข้อสรุปถอนสัญชาติ
DSI ยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เป็นธรรม และโปร่งใส พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์ และความถูกต้องของการได้มาซึ่งสัญชาติไทย
ทั้งนี้ การส่งเอกสารให้กรมการปกครองยังเป็นขั้นตอนการตรวจสอบ ไม่ใช่คำสั่งเพิกถอนหรือถอนสัญชาติไทยที่มีผลแล้ว ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ต้องพิสูจน์จากโครงสร้างการถือหุ้น ผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง และพยานหลักฐานเป็นรายกรณี




