สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 หรือกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ให้ระมัดระวังโรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) หรือโรคไข้ดิน โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง และหลังน้ำลด ซึ่งประชาชนอาจต้องสัมผัสดิน น้ำ และโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ

จากข้อมูลกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตามที่ สคร.9 รายงาน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–17 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 538 ราย และเสียชีวิต 40 ราย

จังหวัดบุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือสุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ตามลำดับ โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคืออายุ 55–64 ปี และ 45–54 ปี

โรคไข้ดินคืออะไร ติดต่อได้อย่างไร?

โรคไข้ดินเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในดินและน้ำ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทั้งผ่านบาดแผลหรือรอยถลอกที่สัมผัสดินและน้ำปนเปื้อน การสูดดมฝุ่นหรือละอองน้ำที่มีเชื้อ รวมถึงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน

ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บหน้าอก หายใจเหนื่อย หรือเกิดฝีหนองตามผิวหนังและอวัยวะภายใน บางรายอาจเกิดปอดอักเสบหรือติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ โรคไข้ดินไม่ใช่โรคเดียวกับโรคฉี่หนู แม้ทั้งสองโรคมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการสัมผัสดินและน้ำปนเปื้อนเชื้อในช่วงฝนตกหรือน้ำท่วม

กลุ่มเสี่ยงต้องระวังเป็นพิเศษ

สคร.9 เน้นย้ำให้ประชาชนที่ต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นประจำป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ลงนา ผู้เก็บเกี่ยวผลผลิต และผู้ทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด

กลุ่มที่เสี่ยงเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ดื่มสุราเป็นประจำ

หากจำเป็นต้องสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน ควรสวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและดินโดยตรง

เปิดวิธีป้องกันโรคไข้ดินช่วงน้ำท่วม–หลังน้ำลด

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 แนะนำแนวทางป้องกัน ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสดิน น้ำ และโคลนโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณน้ำท่วมขัง

  2. หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง ควรสวมรองเท้าบูต ถุงมือ และเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย

  3. ผู้มีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะหาย หากเลี่ยงไม่ได้ต้องทำความสะอาดและปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ

  4. หลังสัมผัสดินหรือน้ำ ควรล้างร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที ไม่ใช้ดินหรือสมุนไพรพอกแผล

  5. ดื่มน้ำสะอาดที่ได้มาตรฐาน และรับประทานอาหารปรุงสุก โดยใช้น้ำสะอาดในการเตรียมอาหาร

ไข้สูงหลังลุยน้ำ ต้องรีบพบแพทย์

สคร.9 เตือนว่า หากมีไข้สูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสเสี่ยง ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงหรือซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง

หากมีอาการไอ หายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือมีฝีหนองตามผิวหนังร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว เนื่องจากโรคไข้ดินอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินหรือน้ำเป็นประจำ

Article Image