มท.4 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) นำหมายศาลบุก ช่วยเหลือ 6 เหยื่อชาวเมียนมาพ้นนรก !!
จับผัวเมียเมียนมาบัตรหัวเลข 0 เครือข่ายค้ามนุษย์ ลวงเพื่อนร่วมชาติข้ามชายแดนมาใช้แรงงานเยี่ยงทาส 
อ้างให้เป็นแม่บ้าน สุดท้ายบังคับแม่และลูกวัย 5 ขวบ เร่ขายดอกไม้ตั้งแต่เย็นยันโต้รุ่ง!! หากขายไม่หมดทำร้ายร่างกาย ช้อนลนไฟนาบ - ยึดเอกสารสำคัญ ไม่ให้หนี
แถมข่มขืนแม่เด็ก 6 ครั้ง ขู่ไม่ให้ไปบอกใคร 
พบผู้ต้องหาพาครอบครัวเช่าบ้านจัดสรร มีรถเก๋ง 1 คัน พร้อมมอเตอร์ไซค์อีก 4 คัน เป็นชื่อคนอื่น !! 
.
วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ภายใต้นโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” มุ่งสู่เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” มอบหมายให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเข้าแสดงหมายจับและหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี จับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญในขบวนการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงานจำนวน 2 ราย
.
ที่มาและการสืบสวน
ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ เต้ อาชีวะแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน ได้มาร้องเรียนกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ามีผู้เสียหายสัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปี และลูกสาว อายุ 5 ขวบ ได้หลบหนีออกมาจากขบวนการดังกล่าวเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ โดยจากการสืบสวนพบว่ามีนายหน้าทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาเด็กจากชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อหาได้แล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะเดินทางไปรับผู้เสียหายจากชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก มายังบ้านพักในซอยรามคำแหง 122 โดยได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะให้ทำงานเป็นแม่บ้าน และจะให้ลูกสาวเข้าเรียนในประเทศไทย พร้อมทั้งรับปากจะทำบัตรต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย
นายพลพีร์ฯ จึงประสาน นายวรศิษฎ์ฯ สั่งการให้นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง
วางแผนให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง หรือ ชุด DOPA S.W.A.T วางแผนเข้าทำการสืบสวนจับกุม
.
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์บังคับพาเด็กผู้เสียหายไปเดินเร่ขายพวงมาลัย ดอกไม้ และน้ำผลไม้ บริเวณซอยนวลจันทร์และถนนข้าวสาร โดยให้ทำงานตั้งแต่เวลา 17.30 น. ไปจนถึง 04.00 น. หรือต้องเดินขายจนกว่าของจะหมด หากขายไม่ได้ หรือขายของไม่หมด ผู้เสียหายจะถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยวิธีการต่างๆรวมถึงการใช้ช้อนลนไฟนาบตามร่างกาย และยังยึดเอกสารสำคัญประจำตัวไว้ และข่มขืนผู้เป็นแม่เด็ก กว่า 6 ครั้ง พร้อมขู่ไม่ให้ไปบอกใคร จนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว 
อีกทั้งยังให้ลูกสาวของผู้เสียหาย เข้าเรียนเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นไม่ได้เข้าเรียนอีกเลย 
นอกจากนี้จากการสืบสวนยังพบว่ามีกลุ่มเด็กชาวเมียนมาที่ตกเป็นเหยื่ออีก 4 ราย ซึ่งมี อายุ 11 ปี จำนวน 2 ราย อายุ 14 ปีหนึ่งราย  และอายุ 18 ปี หนึ่งราย
โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะเป็นผู้พาเด็กๆ ไปตระเวนขายของ ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย 
.
ผลการดำเนินการ
วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไทย ได้นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม" ตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี เข้าค้นบ้านเลขที่ 290/123 ซอยรามคำแหง 122 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม.
.
โดยมีผลการปฏิบัติการ ดังนี้
    จากการตรวจค้น พบ
1) ผู้เสียหายจากการค้ามนุุษย์ จำนวน 5 ราย 
     - เป็น เด็กหญิง
        อายุ 11 ปี 2 ราย 
        อายุ 14 ปี 1 ราย
        อายุ 18 ปี 1 ราย
     - เป็น เด็กชายอายุ 12 ปี 1 ราย
2) เอกสารยืนยันตัวตนและบัตรประจำตัว (คนซึ่งไม่ไม่สัญชาติไทย,บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน) ของผู้เสียหาน
3) คิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์รับเงิน จากการขายดอกไม้ของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย
4) รถที่ใช้นำพาผู้เสียหายไปขายดอกไม้ตามที่ต่างๆ จำนวน 5 คัน (รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน)
.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน:
1) ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยใช้กลอุบายหลอกลวง ข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ตามมาตรา 6 (1 ) ประกอบมาตรา 52 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2) ร่วมกันใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงานหรือกระทำการอันอาจเป็นุอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก และร่วมกันบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กกระทำการใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก ตามมาตรา 26 (6)(7) ประกอบมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสน.บางชัน เพื่อดำเนินคดี
.
ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปค้นบ้านเลขที่ 12/253 ซอยรามคำแหง 120 เนื่องจากได้ทราบข้อมูลว่ายังมีเด็กต่างด้าวอีกหนึ่งคนถูกนำมาใช้แรงงานในบ้านหลังดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบเด็กหญิงอายุ 12 ปี พูดภาษาเมียนมา ไม่สามารถฟังและพูดภาษาไทยได้  อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเจ้าของบ้านยอมรับว่าซื้อตัวเด็กจากแม่เด็กมาในราคา 30,000 บาท โดยอ้างว่านำมาเลี้ยงดูและให้ทำงานบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

รวมผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือ
ในครัังนี้ จำนวน 6 คน (ไม่รวมผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงอายุห้าขวบ กับแม่ที่หนีออกมา)
.
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้เสียหายและเด็กหญิงที่ได้รับการช่วยเหลือเข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism - NRM) เพื่อสัมภาษณ์คัดกรองโดยทีมสหวิชาชีพ และส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจจากการตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์อย่างเร่งด่วน
.
ทั้งนี้ กรมการปกครองจะทำการสืบสวนขยายผลถึงที่มาของช่องทางการเข้าเมืองพร้อมทั้งเอกสารทางราชการต่างๆของทั้งผู้ต้องหา และผู้เสียหายทั้งหมด ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ มีใครเป็นผู้ช่วยเหลือนำพา และออกเอกสาร
.
กรมการปกครอง ย้ำ! "พร้อมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ" ซี่งการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ขบวนการเหล่านี้อาศัยความยากลำบากของเพื่อนมนุษย์มาแสวงหาผลประโยชน์อย่างโหดร้าย กรมการปกครองจะเดินหน้ากวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง 
.
หากประชาชนมีข้อร้องเรียน สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือร้องเรียนผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ