นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรีและอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อน รับทราบความคืบหน้าการแผนการรับมือและแก้ไขปัญหา และนำข้อมูลกลับไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์  
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จึงกำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมมอบหมายให้ลงพื้นที่รับทราบข้อเท็จจริงและปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการรายงานและประสานการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรีได้ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลประชาชนและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดหาอาหารและน้ำดื่ม การเตรียมศูนย์พักพิงที่เหมาะสม และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และทันท่วงที

สำหรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 360 วันนับจากนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเป็นระบบและมีความยั่งยืน ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามความคืบหน้าและเร่งดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อประชาชน

กำชับแยกข้อมูลความเสียหายก่อน–หลัง 1 ต.ค. เร่งสร้างความเข้าใจเกณฑ์เยียวยา–ประกันภัย

นายเจเศรษฐ์กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจและจำแนกข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัยให้ชัดเจน โดยแยกกรณีที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้การพิจารณาช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงรองรับการดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชน

ในส่วนของความคุ้มครองด้านประกันภัย มีการระบุเงินประกันภัยเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท และค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายด้านการซ่อมแซมเพิ่มเติมได้อีกไม่เกิน 90,000 บาท โดยพิจารณาตามความเสียหายจริงและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ยังได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือกรณี “น้ำท่วม” และ “น้ำล้อม” ให้ชัดเจน โดยอธิบายความแตกต่างและเงื่อนไขการได้รับเงินเยียวยาในแต่ละกรณี เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

อีกประเด็นสำคัญ นายเจเศรษฐ์สั่งการให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เร่งสำรวจและดำเนินการขยายเขตจำหน่ายน้ำประปาในพื้นที่ชุมชนจัดสรรวัดเหนือ ให้ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองกาญจนบุรีและเทศบาลเมืองปากแพรก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำประปาได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค

นายเจเศรษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การรับมือภัยธรรมชาติต้องเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน จังหวัดกาญจนบุรีจึงต้องบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเฝ้าระวังสถานการณ์ การเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ การดูแลความปลอดภัยของประชาชน และการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน จิตอาสา และมูลนิธิต่าง ๆ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่และช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง

นายเจเศรษฐ์ยังฝากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันปรับปรุงและอัปเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้นหรือการให้ความช่วยเหลือมีความคืบหน้า ควรสื่อสารให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้องและทันเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความกังวล และสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนที่กำลังฟื้นฟูชีวิตและความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ