ย้อนพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม และน้ำเปรี้ยวอย่างเป็นระบบ ผ่านประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิและโครงข่ายชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.94 ล้านไร่ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงเฝ้าระวังฝนตกหนักช่วงวันที่ 12–13 ตุลาคม 2569

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและลาดเชิงเขาระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การบริหารจัดการน้ำในภาคใต้กลับมาเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นโครงสร้างหลักในการจัดการน้ำทั้งระบบ

ย้อนปัญหาลุ่มน้ำปากพนัง พื้นที่รับน้ำที่เคยประสบวิกฤตซ้ำซ้อน  ลุ่มน้ำปากพนังครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.94 ล้านไร่ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา มีแม่น้ำปากพนังเป็นแม่น้ำสายหลัก รับน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำที่ลาดชัน ก่อนผ่านพื้นที่ลุ่มต่ำและไหลออกสู่ทะเล  ในอดีต พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญของภาคใต้ แต่ต่อมาต้องเผชิญปัญหาน้ำหลายรูปแบบ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน พื้นที่ลุ่มต่ำมักมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพราะรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนและมีข้อจำกัดในการระบายน้ำ ขณะที่ฤดูแล้งกลับขาดแคลนน้ำจืด อีกทั้งน้ำทะเลยังสามารถรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำ กระทบต่อการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีปัญหาน้ำเปรี้ยวจากพื้นที่พรุ และน้ำเสียจากกิจกรรมทางการเกษตรและชุมชน ทำให้การจัดการน้ำมีความซับซ้อน โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวที่ต้องใช้น้ำจืดกับพื้นที่เลี้ยงกุ้งที่ต้องใช้น้ำเค็ม

รูปภาพบทความ

พระราชดำริ ร.9 แก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะน้ำท่วม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนของราษฎร และมีพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำปากพนังหลายครั้ง  วันที่ 9 และ 11 ตุลาคม 2535 มีพระราชดำริให้พิจารณาก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณแม่น้ำปากพนัง เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำและกักเก็บน้ำจืด พร้อมจัดทำคลองระบายน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย  ต่อมา วันที่ 2 ตุลาคม 2536 มีพระราชดำริให้เร่งดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำปากพนังให้แล้วเสร็จ เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบ  แนวพระราชดำริครอบคลุมทั้งประตูระบายน้ำ คลองระบายน้ำ ระบบกักเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ การปรับปรุงคุณภาพน้ำ ตลอดจนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอาชีพของราษฎร

“อุทกวิภาชประสิทธิ” ประตูแยกน้ำจืด–น้ำเค็ม  กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ บริเวณตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเริ่มใช้งานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2542 ประตูระบายน้ำแห่งนี้มี 10 ช่องบานระบาย กว้างช่องละ 20 เมตร และสามารถระบายน้ำได้สูงสุดตามข้อมูลออกแบบประมาณ 1,430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ชื่อ “อุทกวิภาชประสิทธิ” เป็นนามพระราชทาน มีความหมายถึงการแยกน้ำได้สำเร็จ สอดคล้องกับหน้าที่สำคัญในการกั้นน้ำเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่น้ำจืด พร้อมบริหารการระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก  อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาลุ่มน้ำปากพนังไม่ได้พึ่งพาประตูระบายน้ำเพียงแห่งเดียว แต่ยังต้องอาศัยคลองระบายน้ำ ประตูระบายน้ำสายอื่น และระบบบริหารคุณภาพน้ำที่ทำงานร่วมกัน

รูปภาพบทความ

ปี 2569 นครศรีธรรมราชเตรียมรับฝนหนักและน้ำหลาก  จังหวัดนครศรีธรรมราชเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยกรมชลประทานจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ 62 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 20 เครื่อง พร้อมประสานหน่วยงานท้องถิ่นดูแลพื้นที่เสี่ยง รวมถึงลุ่มน้ำปากพนัง  พร้อมกับการทบทวนหลักเกณฑ์เปิด–ปิดประตูระบายน้ำ โดยพิจารณาระดับน้ำ ความเค็ม คุณภาพน้ำ และผลกระทบต่อระบบนิเวศประกอบกัน เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงฤดูกาล

แม้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่มีน้ำท่วมเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำทะเลหนุนพร้อมกัน

จากพระราชดำริเมื่อกว่า 30 ปีก่อน สู่การบริหารจัดการน้ำในปี 2569 โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการดูแลน้ำจืด น้ำเค็ม และการระบายน้ำหลาก พร้อมเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้