นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารจัดการน้ำจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา โดยขอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ และยึดระเบียบขั้นตอนที่วางไว้ ทั้งการสำรวจพื้นที่ การจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย และการซักซ้อมแผนรับมือ โดยผู้บริหารระดับสูงต้องสร้างความตื่นตัวและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องเตรียมพร้อม เพราะสาธารณภัยมีรูปแบบใกล้เคียงกัน และสามารถวางแผนรับมือได้ พร้อมย้ำว่าต้องบริหารทรัพยากรจากพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบมาช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย รวมถึงเร่งจัดการปัญหาขยะและมลพิษหลังน้ำลด โดยเฉพาะกรณีขยะพิษในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบและแก้ไข

นายสุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีโยกย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ว่า การโยกย้ายข้าราชการต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และความเหมาะสม โดยการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบในช่วงเกิดสาธารณภัย เปรียบเสมือนการเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก เพราะผู้ที่อยู่ในพื้นที่มานานย่อมรู้จักพื้นที่และประชาชนเป็นอย่างดี

"หากเห็นว่าการทำงานมีข้อบกพร่อง ควรส่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีประสบการณ์ลงไปกำกับดูแลและสนับสนุนการทำงาน แทนการโยกย้ายทันที โดยต้องยึดความทุกข์สุขของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ"นายสุทธิพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ นายสุทธิพงษ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การเพิ่งเห็นว่าการทำงานไม่เหมาะสมในวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเกษียณอายุราชการ เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล และยอมรับไม่ได้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายปรับปรุงการทำงาน และร่วมกันเดินหน้าแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของประชาชน

รูปภาพบทความ