นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 วันแรกในกรุงเทพมหานครว่า ไทยใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพนำเสนอแนวคิดและศักยภาพของประเทศ เชื่อมโยงกับทิศทางเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี การจ้างงาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอแนวคิดการใช้ AI เพิ่มผลิตภาพทางธุรกิจ สร้างงานรูปแบบใหม่ และกระจายประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ โดยระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายย่อยเกือบ 1 ล้านรายนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ไทยเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง Data Center เซมิคอนดักเตอร์ คลาวด์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมเชื่อมโยงการลงทุนกับการพัฒนาทักษะแรงงานผ่านโครงการ Skill Bridge เพื่อให้แรงงานไทยสามารถเข้าถึงโอกาสจากการลงทุนใหม่ ๆ ได้โดยตรง
ด้านภาคเกษตร มีการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพให้เกษตรกรเกือบ 1 ล้านราย รวมถึงการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาต่อยอดเป็นวัสดุไบโอคาร์บอน และพัฒนาต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน
นายเอกภพกล่าวว่า เวทีการประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคเอเชีย โดย IMF ประเมินว่า ในปี 2569 เอเชียจะมีส่วนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกประมาณ 68%
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจและเทคโนโลยีแล้ว ไทยยังนำเสนอเอกลักษณ์และแนวทางการพัฒนาของประเทศผ่านนิทรรศการ “The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ภายในงานยังมีการนำเสนอวัตถุดิบอาหารจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมถึง ผ้าทอพื้นเมือง 37 ลวดลาย จาก 26 ชุมชน เพื่อสะท้อนภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และศักยภาพของชุมชนไทยต่อผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศ
รัฐบาลมองว่า การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงศักยภาพของไทยกับความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งด้าน AI การจ้างงาน การลงทุน เกษตรกรรม และเศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้าน AI ที่มีความรับผิดชอบ และมุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง





