เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงตามแนว แม่น้ำบูดี กันดากี (Budhi Gandaki) ในเขตกอร์ขา ทางตอนเหนือค่อนไปทางตอนกลางของเนปาล เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้บ้านเรือน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งได้รับความเสียหาย ขณะที่มีรายงานผู้สูญหายอย่างน้อย 5 คน

สำนักงานบริหารและลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล หรือ NDRRMA ระบุว่า เหตุเกิดหลังดินถล่มลงมาปิดกั้นแม่น้ำบริเวณใกล้หมู่บ้าน Chumchure ในเขต Chumnubri ทำให้น้ำสะสมจนเกิดลักษณะคล้ายเขื่อนธรรมชาติ ก่อนแนวกั้นพังลงและปล่อยมวลน้ำจำนวนมากไหลทะลักสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว

รายงานเบื้องต้นระบุว่า บ้านเรือนหลายสิบหลังถูกน้ำพัดเสียหาย สะพานหลายแห่งถูกทำลาย รวมถึงพื้นที่ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เสาไฟฟ้า และระบบสื่อสารตามแนวแม่น้ำได้รับผลกระทบด้วย โดยตัวเลขความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจและอาจมีการปรับเปลี่ยนตามข้อมูลจากพื้นที่

รูปภาพบทความ

ผู้สูญหาย 5 คน ประกอบด้วยหญิง 2 คน และชาย 3 คน ขณะที่จนถึงรายงานล่าสุดยังไม่มีการยืนยันผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ 

กองทัพเนปาลระดมทั้งเฮลิคอปเตอร์และกำลังภาคพื้นดินเข้าค้นหาและช่วยเหลือประชาชน โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าสามารถนำประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงได้แล้วอย่างน้อย 95 คน รวมชาวต่างชาติ 9 คน พร้อมลำเลียงอาหาร ยา และเต็นท์เข้าไปช่วยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 

ทางการยังออกคำเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำในเขต Gorkha, Tanahun, Chitwan, East Nawalparasi และ West Nawalparasi ให้เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เนปาลยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูจากมหาอุทกภัยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งเกิดจากเหตุธารน้ำแข็งพังทลายบริเวณใกล้ชายแดนเนปาล–ทิเบต โดยมีผู้เสียชีวิตยืนยันอย่างน้อย 1,455 คน และยังมีผู้สูญหายอีกหลายพันคน รัฐบาลเนปาลยุติภารกิจค้นหาเชิงรุกเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม และหันไปเร่งฟื้นฟูพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน โดยประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นประมาณ 4.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ขณะนี้เจ้าหน้าที่เนปาลยังคงค้นหาผู้สูญหายและประเมินความเสียหาย พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

Cr.AP