วันที่ 11 ต.ค.69 - พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการ สอท.3 สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามผู้เกี่ยวข้อง หลังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล คดีเริ่มจากผู้เสียหายรายหนึ่งพบเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ลงทุนระยะสั้น” โฆษณาชักชวนลงทุนโดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายติดต่อไป ถูกชักชวนให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์เพื่อพูดคุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักลงทุนซื้อขายเหรียญดิจิทัล
จากนั้นผู้เสียหายได้รับลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน และโอนเงินลงทุนเข้าบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล เมื่อระบบแสดงยอดกำไรจึงหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มหลายครั้ง ต่อมาธุรกรรมถูกระงับ ผู้เสียหายจึงติดต่อธนาคารและทราบว่า บัญชีปลายทางมีผู้แจ้งอายัดไว้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุน จึงเข้าแจ้งความ โดยสูญเงินรวม 600,000 บาท
ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ได้แก่ น.ส.ปัณยตา อายุ 38 ปี จับกุมในจังหวัดชลบุรี น.ส.ลดา อายุ 28 ปี และ น.ส.พิมพ์ชนก อายุ 47 ปี จับกุมในจังหวัดนนทบุรี ทั้งสามเป็นกรรมการของนิติบุคคลที่ตำรวจระบุว่าเป็นเจ้าของบัญชีรับเงินจากผู้เสียหาย
ตำรวจระบุว่า จากการสืบสวนพบข้อมูลว่าผู้ต้องหารับจ้างจดทะเบียนและเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล ก่อนส่งต่อให้กลุ่มจัดหาบัญชีม้านำไปใช้กระทำผิด เมื่อตรวจสอบระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบความเชื่อมโยงรวม 46 เคสไอดี แบ่งเป็น น.ส.ปัณยตา 12 เคส น.ส.พิมพ์ชนก 24 เคส และ น.ส.ลดา 10 เคส
เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการร่วมกันหรือสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่ยังหลบหนีและผู้รับผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง






