เปิดประวัติ-เส้นทางราชการ ‘วีระพันธ์ ดีอ่อน’ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เชี่ยวชาญในการทำงานสายมหาดไทย   เคยมีประเด็นร้อนระดับประเทศ ทั้งกรณีตั้งที่ปรึกษาชาวจีน จนถึงหนังสือเซ็นเสนอย้ายนายอำเภอบ้านสร้างวันสุดท้ายก่อนพ้นตำแหน่ง

ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เติบโตและรับราชการในสายงานปกครอง สังกัดกระทรวงมหาดไทยมาอย่างยาวนาน เพิ่งเกษียณอายุราชการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

  • ประวัติการศึกษา (ระดับปริญญาโท 2 หลักสูตร):

    • รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชารัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

    • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชารัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เส้นทางรับราชการ และประวัติการทำงาน

นายวีระพันธ์ เติบโตตามลำดับชั้นในสายงานปกครอง กระทรวงมหาดไทย ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่:

  • 26 กันยายน 2557: นายอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

  • 9 พฤศจิกายน 2558: นายอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

  • 16 ตุลาคม 2560: นายอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

  • 2 เมษายน 2561: นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

  • 17 มกราคม 2563: ปลัดจังหวัดเชียงใหม่

  • 2 พฤศจิกายน 2563: รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

  • 16 พฤศจิกายน 2567: ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

  • 30 กันยายน 2569: เกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

ผลงาน และผลงานสร้างชื่อ / ประเด็นสำคัญที่เป็นข่าว

ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในสายงานปกครอง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายวีระพันธ์ มีผลงานการบริหารราชการและเหตุการณ์สำคัญที่ตกเป็นกระแสสังคม ดังนี้:

  1. เหตุการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะเทศบาลเมืองปราจีนบุรี (มีนาคม 2568): เกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะเนื้อที่กว่า 51 ไร่ ลุกลามนาน 2 วัน 3 คืน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน นายวีระพันธ์ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการและดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินคดีกับเทศบาลเมืองปราจีนบุรี เพื่อแสดงความเด็ดขาดในการควบคุมมาตรฐานสาธารณภัย

  2. กรณีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวจีน (เมษายน 2568): เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีเอกสารคำสั่งแต่งตั้ง Mr. Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) นักธุรกิจสัญชาติจีน เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อช่วยเสนอแนะแนวทางบริหารและขับเคลื่อนจังหวัด ต่อมา นายวีระพันธ์ ได้ลงนามยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากความไม่เหมาะสม พร้อมนำพวงมาลัยเข้าพบและขอโทษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น โดยยืนยันว่าทำไปเพื่อเจตนาดีในการประสานการลงทุนและไม่มีเรื่องผลประโยชน์แอบแฝง

  3. กรณีลงนามเสนอย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ในวันสุดท้ายก่อนเกษียณ (30 กันยายน 2569): กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการมหาดไทย เมื่อนายวีระพันธ์ ลงนามในหนังสือจังหวัดปราจีนบุรี ถึงอธิบดีกรมการปกครอง เสนอให้พิจารณาโยกย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกนอกพื้นที่ โดยระบุเหตุผลเรื่องการประสานงานบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยไม่มีประสิทธิภาพและการไม่ให้ความร่วมมือ  ซึ่งเกิดขึ้นในวันสุดท้ายก่อนที่ตนเองจะเกษียณอายุราชการ จนนำไปสู่คำสั่งของกรมการปกครองให้นายอำเภอบ้านสร้างไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครองในเวลาต่อมา ทั้งนี้ได้มีการกล่าวว่า การย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับจีนเทาหรือการเมือง แต่เป็นเพราะการทำงานที่ไม่เข้าเป้าเท่านั้น