‘ชัชชาติ’ ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า ผสานกำลังกว่า 600 ชีวิต ร่วมแรงฟื้นฟูกรุงเทพฯ ลุยเคลียร์ขยะตกค้าง 33 กองใหญ่ ตั้งเป้าคลีนพื้นที่แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ใช้ระบบโลจิสติกส์ 3 ขั้นตอน ลำเลียงขยะออกจากซอยก้างปลา พร้อมผนึกกำลัง ปภ.-กองทัพ-ทส. และ 4 เขตบัดดี้ ร่วมคืนความสะอาดให้ชาวเขตลาดกระบัง ก่อนนำข้อมูลรายงานนายกรัฐมนตรี
กรุงเทพมหานคร (9 ต.ค. 69) – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ณ ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มแห้งลงแล้ว ภารกิจหลักในปัจจุบันจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นการเร่งจัดการขยะตกค้าง โดยเฉพาะในเขตลาดกระบังซึ่งมีลักษณะทางกายภาพเป็นซอยย่อยแบบก้างปลา ทำให้เมื่อน้ำลด ประชาชนได้ขนย้ายขยะและสิ่งของเสียหายภายในบ้านออกมาวางกองบริเวณหน้าบ้านและปากซอยเป็นจำนวนมาก จนกีดขวางการเดินทางและรถเก็บขยะขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้
กทม. จึงได้วางระบบการบริหารจัดการขยะแบบโลจิสติกส์ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1. ใช้กำลังคน ร่วมกับรถลากและซาเล้ง ทอยขยะออกจากซอยเล็กมาไว้ยังจุดรวบรวมลานกว้าง 2. ใช้รถดัมพ์หรือรถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ ขนย้ายขยะจากจุดรวบรวมไปยังจุดเทรวม และ 3. ใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ 30 ตัน ขนถ่ายขยะไปยังจุดกำจัดปลายทาง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีขยะกองใหญ่ที่ต้องเร่งไล่เก็บอีกประมาณ 33 กอง รวมถึงกองขยะบนถนนสายหลักอีก 11 กอง โดยตั้งเป้าหมายจะเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
สำหรับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน 1 กรมโยธาธิการและผังเมือง, โซน 2 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), โซน 3 กรุงเทพมหานครและกองทัพไทย และโซน 4 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กทม. ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวมกว่า 500–600 คน จากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตลาดกระบัง และใช้ "ระบบบัดดี้" ดึงกำลังพลจากเขตที่ไม่ประสบอุทกภัย ได้แก่ เขตบางแค ธนบุรี บางขุนเทียน และพระนคร เข้ามาเสริมทัพ พร้อมได้รับสนับสนุนชุดเครื่องจักรหนักและรถคีบขยะจาก ปภ. เข้าร่วมปฏิบัติการอย่างเต็มกำลัง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์น้ำโดยรวมดีขึ้นเนื่องจากไร้ฝนตกสะสมมาแล้ว 2 วัน และได้ประสานกรมชลประทานเร่งระบายน้ำลงสู่คลองแสนแสบและพื้นที่ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเช้าตนได้ลงตรวจสภาพหน้างานจริง เพื่อนำข้อมูลสถานการณ์ไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณและส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพนักงานกวาดซึ่งต้องรับภาระงานหนักในการร่วมเคลียร์พื้นที่ครั้งนี้















