กรุงเทพมหานคร เดินหน้าเร่งช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือและผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่มีน้ำล้อมรอบ แม้ระยะเวลาน้ำท่วมขังยังไม่ครบกำหนด 7 วันตามเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ตาม
นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการว่า กทม. กำลังเร่งรวบรวมข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ ระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ จุดที่มีน้ำท่วมขัง ตลอดจนหลักฐานความเสียหายอย่างละเอียด เนื่องจากเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. ที่กำหนดให้ต้องมีน้ำท่วมขังติดต่อกันอย่างน้อย 7 วันนั้น เป็นเกณฑ์ที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเองได้
อย่างไรก็ตาม กทม. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อหาแนวทางพิจารณาเพิ่มเติม สำหรับกรณีประชาชนที่มีน้ำล้อมรอบและได้รับผลกระทบจริง แม้จะสามารถเดินทางเข้า-ออกได้บางส่วน โดยจะนำข้อมูลระดับน้ำเชิงพื้นที่และหลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้ประกอบการพิจารณาช่วยเหลือ
นอกจากนี้ สำหรับประชาชนที่มีทรัพย์สินเสียหายแต่น้ำท่วมไม่ครบ 7 วัน หากเป็นทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดำรงชีพหรือเข้าหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือในหมวดอื่น กทม. ยังสามารถนำระเบียบที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาให้การช่วยเหลือเป็นรายกรณีไป
เร่งตรวจข้อมูล 2 ช่องทางหลัก "ลาดกระบัง-บางกะปิ-สายไหม" แจ้งสูงสุด
ด้านการตรวจสอบข้อมูลความเสียหาย กทม. ได้เร่งตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ประมาณ 558,000 ราย และยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์ “Claim Bangkok” อีกประมาณ 57,000 ราย โดยผู้แจ้งส่วนใหญ่ได้แนบเอกสารและรายละเอียดความเสียหายมาครบถ้วน ทำให้สามารถนำข้อมูลมาจับคู่ตรวจสอบกับฐานข้อมูลภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า พื้นที่มีผู้แจ้งความเสียหายจำนวนมาก ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตบางกะปิ และเขตสายไหม
ทั้งนี้ กทม. จะนำข้อมูลการแจ้งความเสียหายดังกล่าว มาตรวจสอบร่วมกับข้อมูลการลงพื้นที่จริง ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) และภาพถ่ายทางอากาศจากโดรน เพื่อให้สำนักงานเขตสามารถอนุมัติและรับรองความเสียหายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ก่อนจะส่งเรื่องต่อไปยัง ปภ. ดำเนินการ และให้ธนาคารออมสินเป็นผู้โอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีประชาชนตามขั้นตอนต่อไป






